ปัจจยปัจจนียะนี้ ด้วยอำนาจแห่งปุจฉา เพราะว่านั่นเป็นภาระแห่งอาจารย์ ผู้อธิบายปัฏฐาน.
บัดนี้ เพื่อจะแสดง อนุโลมปัจจนียปัฏฐาน พระผู้มีพระภาคเจ้า จึงเริ่มคำว่า " กุศลธรรมพึงอาศัยกุศลธรรมเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย นอารัมมณปัจจัยหรือ ? " ในอนุโลมปัจจนียปัฏฐานนั้น ในมูลที่มีมูละ หนึ่ง มีเหตุบทเป็นต้น มีอนุโลมปัจจนียปัฏฐาน ๒๓ ด้วยอำนาจการ เชื่อมเหตุบทกับปัจจัยหนึ่ง ๆ ในบรรดาปัจจัย ๒๓ ที่เหลือว่า
เหตุปจฺจยา นอารมฺมณปจฺจยา ฯลฯ เหตุปจฺจยา โนอวิคต- ปจฺจยา ในอนุโลมปัจจนียปัฏฐานนั้นมีปุจฉา ๑,๑๒๗ ข้อ เพราะแต่ละ บทแบ่งออกได้ ๔๙ ข้อ. ส่วนในทุมูลกนัย ผู้ศึกษาพึงทราบการคำนวณ ปุจฉา ด้วยอำนาจบทที่เหลือ โดยลดบทหนึ่ง ๆ ในเอกมูลกนัยเป็นต้น ทั้งหมดที่กล่าวไว้ในอนุโลมอย่างนี้ว่า อนุโลมปัจจนียปัฏฐานมี ๒๒ ด้วย อำนาจการเชื่อม เหตารัมมณบท กับปัจจัยหนึ่ง ๆ กับบรรดาปัจจัย ๒๒ ที่เหลือ.
อนึ่ง ในเอกมูลกนัยเป็นต้น ในอธิการนี้ปุจฉาใดมาแล้ว และอันใด ไม่ได้มาในพระบาลี ปุจฉานั้นทั้งหมด ผู้ศึกษาพึงทราบตามแนวแห่งนัย ที่ข้าพเจ้ากล่าวแล้วในหนหลัง.
ก็ในคำนี้ว่า ติกญฺจ ปฏฺานวรํ ฯเปฯ ฉ อนุโลมปจฺจนียมฺหิ นยา สุคมฺภีรา มีอนุโลมปัจจนียปัฏฐาน ๒ อย่าง คือ ธัมมานุโลมปัจจนียะ และ ปัจจยานุโลมปัจจนียะ ตามนัยที่กล่าวแล้วในหนหลังนั่นเอง. ใน ๒ อย่างนั้น ปัฏฐานที่พระองค์ทรงให้เป็นไปด้วยอำนาจการแสดงธรรม ที่สงเคราะห์ไว้ด้วยบทอภิธรรมมาติกา อย่างนี้ว่า กุสโล ธมฺโม โดย