ในข้อนั้นพึงมีคำถามว่า เมื่อเหตุปัจจัยถูกปฏิเสธออก วาระเหล่านั้น จึงมีด้วย อำนาจแห่งอธิปติปัจจัยเป็นต้นที่เหลือ เพราะเหตุไร เมื่อสหชาต- ปัจจัยถูกปฏิเสธออก วาระจึงไม่มีด้วยอำนาจแห่งเหตุปัจจัยเป็นต้น ที่เหลือ บ้าง แก้ว่า เพราะไม่มีธรรมจะมาอ้างอิง (นิปปเทส) จริงอยู่ เหตุปัจจัย เป็นต้น ชื่อว่ายังมีธรรม (เหลือไว้) อ้างอิง (สัปปเทส) เพราะยังมี สหชาตปัจจัยอยู่อีกส่วนหนึ่ง (หรือเพราะเป็นส่วนหนึ่งแห่งสหชาตปัจจัย). เพราะฉะนั้น เมื่อเหตุปัจจัยเป็นต้นเหล่านั้นถูกปฏิเสธออกแล้ว วาระ เหล่านั้นย่อมได้รับวิสัชนาด้วยอำนาจแห่งปัจจัยอื่น แต่สหชาตปัจจัยไม่มี ธรรม (เหลือไว้) อ้างอิง ย่อมรวมเอาเหตุปัจจัยเป็นต้นทั้งหมดเข้ามาด้วย เมื่อสหชาตปัจจัยนั้นถูกปฏิเสธไป เหตุปัจจัยเป็นต้น เหล่านั้นแม้ทั้งหมด
จึงเป็นอันถูกปฏิเสธไปด้วย. เพราะว่าขึ้นชื่อว่าเหตุปัจจัย เป็นต้น ที่จะไม่
เกิดพร้อมกันย่อมไม่มี. เพราะสหชาตปัจจัยไม่มีธรรมอ้างอิง เมื่อสหชาต-
ปัจจัยนั้นถูกปฏิเสธออก วาระทั้ง ๒ เหล่านั้นจึงมีไม่ได้ด้วยประการฉะนี้. ก็ในวาระที่ท่านวิสัชนาแล้วว่า สหชาตํ ปุเรชาตํ ถึงสหชาตปัจจัยเท่านั้น จะไม่มีจริง แต่เพราะในอธิการนี้ อรูปขันธ์เกิดร่วมกันเท่านั้นเป็นปัจจัย ด้วยอำนาจนิสสยะ อัตถิ และอวิคตะ ก็เมื่อสหชาตปัจจัยถูกปฏิเสธแล้ว นิสสยะ อัตถิ และอวิคตปัจจัย ที่เกิดร่วมกันโดยส่วนเดียวโดยแน่นอน ก็ เป็นอันถูกปฏิเสธไปด้วย เพราะฉะนั้น วาระแม้เหล่านั้นจึงมีไม่ได้ เพราะ
สหชาตปัจจัยนั้นถูกปฏิเสธไปแล. วาระ ๔ เหล่านั้นในอธิการนี้ จึงขาดไป
โดยประการทั้งปวง ด้วยประการฉะนี้. คำว่า เอกาทส ท่านกล่าวด้วย อำนาจวาระที่เหลือเท่านั้น.