ปัฏฐาน ภาค ๑
ฉบับ มมร. · เล่ม ๘๕ · หน้า ๑๙๖ · ข้อ 86
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

กัมมชรูปและรูปแห่งอสัญญสัตตพรหม มีเฉพาะนานักขณิกกัมมปัจจัย

เหมือนกัน. แก่กัมมชรูปในที่นี้ได้แก่ชีวิตินทรีย์. รูปที่เหลือท่านเรียกว่า

อุปาทารูป รูปอาศัย เพราะไม่ได้เกิดจากกรรมอย่างเดียว. เมื่อเป็น เช่นนั้นในอธิการนี้ ท่านประสงค์เอาเฉพาะกัมมชรูปเท่านั้น.

กุศล อกุศล และกิริยาย่อมไม่ได้ใน วิปากปัจจัย เพราะฉะนั้น

ท่านจึงแต่งวิสัชนาด้วยอำนาจแห่งอัพยากตะเท่านั้น. บทว่า จิตฺตสมุฏฺ-

านํ มุ่งเฉพาะรูปที่มีวิบากจิตเป็นสมุฏฐานเท่านั้น. บทว่า กฏตฺตารูปํ คือ อินทรีย์รูป และวัตถุรูปตามสมควรแก่ภูมิที่จะมีได้. บทว่า อุปาทารูปํ คือ อุปาทารูปที่เหลือนอกจากนั้น ซึ่งมีอยู่ในสมัยนั้น.

ใน อาหารปัจจัย พึงทราบการเกิดขึ้นแห่งขันธ์ทั้งหลาย มีกุศล เป็นต้นทั้งหมด แห่งรูปที่มี เป็นสมุฏฐาน แห่งอรูป และแห่งมหาภูตรูป ในขณะปฏิสนธิ ด้วยอำนาจแห่งอาหารที่เป็นนาม. บทว่า จิตฺตสมุฏานํ คือ มีภวังคจิตเป็นต้น เป็นสมุฏฐาน. บทว่า อาหารสมุฏฺานํ คือ มี

กพฬีการาหารเป็นสมุฏฐาน. บทว่า จิตฺตสมุฏานํ คือ มีกุศลจิตและ

อกุศลจิตเป็นสมุฏฐานเท่านั้น ว่าโดยลำดับแห่งอาหารในปัจจยวิภังควาระ ท่านแสดงกพฬีการาหารไว้เป็นที่ ๑ แต่ในที่นี้พึงทราบว่าท่านแสดง อาหารที่เป็นนามก่อน ด้วยอำนาจปุจฉาว่า กุสลํ ธมฺมํ เป็นต้น.

แม้ใน อินทริยปัจจัย โดยการจัดลำดับอินทรีย์ในปัจจยวิภังค์ ท่าน แสดงจักขุนทรีย์เป็นอันดับแรก ส่วนในอธิการนี้ท่านแสดงความที่ อรูป- อินทรีย์ เป็นปัจจัยก่อน เกี่ยวกับคำถามถึงธรรมที่เป็นกุศลเป็นต้น บรรดา อรูปอินทรีย์เหล่านั้น ควรถือเอาอรูปอินทรีย์เท่าที่จะหาได้ในธรรมทั้งหลาย