[๖๒๘] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๖
[๖๒๙] ธรรมที่ไม่ใช่พาหิรธรรม ที่ไม่ใช่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยพาหิรธรรม ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๖๓๐] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑๑
สนิทัสสนัตติกอุปาทาทุกนสนิทัสสนัตติกนอุปาทาทุกะ
[๖๓๑] ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม ที่ไม่ใช่สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยอุปาทาธรรม ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
[๖๓๒] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๓
[๖๓๓] ธรรมที่ไม่ใช่ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม ที่ไม่ใช่อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัย ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม ที่เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ฯลฯ
ธรรมที่ไม่ใช่ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม ที่ไม่ใช่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยธรรม ที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๖ นัย
ธรรมที่ไม่ใช่ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม ที่ไม่ใช่สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยธรรม ที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม และธรรมที่ไม่ใช่อุปาทาธรรม ที่เป็น อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย มี ๖ นัย
[๖๓๔] ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๑๘
สนิทัสสนัตติกอุปาทินนทุกนสนิทัสสนัตติกนอุปาทินนทุกะ
[๖๓๕] ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทินนธรรม ที่ไม่ใช่อนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม อาศัยอุปาทินน ธรรม ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย
ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทินนธรรม ที่ไม่ใช่สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยอุปาทินนธรรม ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ฯลฯ
ธรรมที่ไม่ใช่อุปาทินนธรรม ที่ไม่ใช่สนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม และธรรมที่ไม่ใช่ อุปาทินนธรรม ที่ไม่ใช่อนิทัสสนสัปปฏิฆธรรม อาศัยอุปาทินนธรรม ที่เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆ ธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย