อุ. ตกลง ข้าพเจ้าจักให้. ในเวลาเรียน จงไหว้ข้าพเจ้าแล้วเรียน
มนต์นั้น; ก็ท่านจักไหว้ข้าพเจ้าหรือไม่เล่า ?
จ. เราจักไหว้ท่านทำไมเล่า ?
อุ. ท่านจักไม่ไหว้หรือ ?
จ. เราจักไม่ไหว้.
อุ. แม้ข้าพเจ้า ก็จักไม่ให้.
จ. เมื่อเป็นเช่นนี้ เราจักลงราชอาชญาแก่ท่าน.
อุ. เชิญทำเถิด, ท่านเป็นอิสระแก่ร่างกายของข้าพเจ้า, แต่ไม่
เป็นอิสระแก่จิต.
พระราชาทรงสดับถ้อยคำอันองอาจของท้าวเธอแล้ว จึงทรงดำริ ว่า " เราจักเรียนมนต์ของพระเจ้าอุเทนนี้ ได้อย่างไรหนอ ?" แล้วทรง คิดได้ว่า " เราไม่อาจให้คนอื่นรู้มนต์นี้, เราจักให้ธิดาของเราเรียนใน สำนักพระเจ้าอุเทนนี้ แล้วจึงเรียนในสำนักของนาง." ลำดับนั้น ท้าวเธอ จึงตรัสกะพระเจ้าอุเทนนั้นว่า "ท่านจักให้แก่คนอื่นผู้ไหว้แล้วเรียนเอา หรือ ?"
อุ. อย่างนั้น ท่านมหาราช.
จ. ถ้ากระนั้น ในเรือนของเรามีหญิงค่อมอยู่คนหนึ่ง, ท่านยืนอยู่
ภายนอกม่าน จงบอกมนต์แก่หญิงนั้น ผู้นั่งอยู่ภายในม่านเถิด.
อุ. ดีละ ท่านมหาราช นางจะเป็นคนค่อมหรือคนง่อย ก็ช่าง
เถอะ, เมื่อนางไหว้, ข้าพเจ้าจักให้.
ลำดับนั้น พระราชาเสด็จไปตรัสบอกพระนางวาสุลทัตตาราชธิดา ว่า " ลูกหญิง ชายเป็นโรคเรื้อนน้ำเต้าคนหนึ่ง รู้มนต์หาค่ามิได้,