ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๔๐ · หน้า ๒๙๒ · ข้อ 12
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

"เราฟั่นเฟือน เลือนหลง, ทิศทั้งปวงย่อม

มืดตื้อแก่เรา, สามาวดีเอ๋ย เจ้าจงต้านทานเรา

ไว้, และเจ้าจงเป็นที่พึ่งของเรา."

พระนางสามาวดีสดับพระดำรัสของท้าวเธอแล้ว ก็มิได้กราบทูลว่า " ดีแล้ว สมมติเทพ พระองค์จงถึงหย่อมฉันเป็นที่พึ่งเถิด," (แต่) กราบทูลว่า "ข้าแต่มหาราช หม่อมฉันถึงผู้ใดว่าเป็นที่พึ่ง แม้พระองค์ ก็จงถึงผู้นั้นแล ว่าเป็นที่พึ่งเถิด."

พระนางสามาวดี ผู้เป็นสาวิกาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ครั้น กล่าวคำนี้แล้ว ก็กล่าวว่า

" พระองค์ อย่าทรงถึงหม่อมฉันเป็นที่พึ่งเลย,

หม่อมฉันถึงผู้ใดว่าเป็นที่พึ่ง, ข้าแต่มหาราช

ผู้นั้นคือพระพุทธเจ้า, พระพุทธเจ้านั่นเป็นผู้

เยี่ยมยอด, ขอพระองค์ทรงถึงพระพุทธเจ้า

พระองค์นั้นเป็นที่พึ่งด้วย, ทรงเป็นที่พึ่งของ

หม่อมฉันด้วย."

พระราชา ทรงสดับคำของพระนางสามาวดีนั้นแล้ว จึงตรัส " บัดนี้ เรายิ่งกลัวมากขึ้น" แล้วตรัสคาถานี้ว่า

"เรานี้เลือนหลงยิ่งขึ้น, ทิศทั้งปวงย่อมมืดตื้อ

แก่เรา, สามาวดีเอ๋ย เจ้าจงต้านทานเราไว้

และเจ้าจงเป็นที่พึ่งของเรา."

ลำดับนั้น พระนางสามาวดีนั้น ก็ทูลถามท้าวเธออีก โดยนัยก่อน

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๒๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้