เที่ยวค้นดูข้างโน้นและข้างนี้ (ก็) ไม่พบเขา จึงได้บอกแต่มารดาและ บิดา (ของเขา), แม้มารดาและบิดาทั้งสองนั้น ของเขา ได้ร้องไห้ คร่ำครวญ ทำกิจอันควรทำแก่คนผู้ล่วงลับไปแล้ว.
นาง. ฉัน คือเขานะ นาย.
สหาย. แม่มหาจำเริญ จงหลีกไป. นางพูดอะไร ? สหายของฉัน
ย่อมงามเหมือนลูกเทวดา, (ทั้ง) เขาเป็นผู้ชาย (ด้วย).
นาง. ช่างเถอะ นาย ฉัน คือเขา.
ขณะนั้น สหายจึงถามนางว่า " อันเรื่องนี้เป็นอย่างไร ?"
นาง. วันนั้น เธอเห็นพระมหากัจจายนเถระผู้เป็นเจ้าไหม ?
สหาย. เห็นจ้ะ.
นาง. ฉันเห็นพระมหากัจจายนะผู้เป็นเจ้าแล้ว ได้คิดว่า ' สวย
จริงหนอ พระเถระรูปนี้ควรเป็นภริยาของเรา, หรือว่าสีแห่งสรีระของ ภริยาของเรา พึงเป็นเหมือนสีแห่งสรีระของพระเถระนั่น,' ในขณะที่ ฉันคิดแล้วนั่นเอง เพศชายได้หายไป, เพศหญิงปรากฏขึ้น เมื่อเป็น เช่นนี้ ฉันไม่อาจบอกแก่ใครได้ ด้วยความละอาย จึงหนีไปจากที่นั้นมา ณ ที่นี้ นาย.
สหาย. ตายจริง เธอทำกรรมหนักแล้ว, เหตุไร เธอจึงไม่บอก
แก่ฉันเล่า ? เออ ก็เธอให้พระเถระอดโทษแล้วหรือ ?
นาง. ยังไม่ให้ท่านอดโทษเลย นาย, ก็เธอรู้หรือ ? พระเถระ
อยู่ ณ ที่ไหน ?
สหาย. ท่านอาศัยนครนี้แหละอยู่.
นาง. หากว่า ท่านเที่ยวบิณฑบาต พึงมาในที่นี้ไซร้, ฉันพึง