อุคคเศรษฐี เห็นอาจารสมบัติของนางสุภัททานั้นแล้ว มีจิตเลื่อมใส ในวัน หนึ่ง นั่งอยู่กับ๑อนาถบิณฑิกเศรษฐี ด้วยกถาอันปรารภความสุข แล้ว นึกได้ว่า " ในเวลายังเป็นหนุ่ม เราทั้งสองทำกติกาชื่ออย่างนี้ไว้ แล้ว " จึงขอนางจูฬสุภัททา เพื่อประโยชน์แก่บุตรของตน. แต่อุคค- เศรษฐีนั้นโดยปกติเป็นมิจฉาทิฏฐิ; เพราะฉะนั้น อนาถบิณฑิกเศรษฐี จึงกราบทูลความนั้นแด่พระทศพล อันพระศาสดาทรงเห็นอุปนิสัยของ อุคคเศรษฐีแล้วทรงอนุญาต, จึงปรึกษากับภรรยา แล้วรับคำของอุคค- เศรษฐีนั้น กำหนดวัน (แต่งงาน) แล้ว, ทำสักการะเป็นอันมาก เหมือน อย่างธนญชัยเศรษฐีทำให้นางวิสาขาผู้เป็นธิดา แล้วส่งไปฉะนั้น, เรียกนาง สุภัททามาแล้ว ให้โอวาท ๑๐ ข้อ เป็นต้นว่า " แม่ ธรรมดาสตรีผู้อยู่ ในตระกูลพ่อผัว ไม่ควรนำไฟภายในออกไปภายนอก " โดยนัยที่ธนญชัย- เศรษฐีให้แก่นางวิสาขานั่นแล เมื่อจะส่งไป ยึดเอากุฎุมพี ๘ คนให้เป็นผู้ รับรองว่า " ถ้าโทษของธิดาข้าพเจ้าเกิดขึ้นในที่ไปแล้ว, พวกท่านต้อง ชำระ, " ในวันเป็นที่ส่งธิดานั้นไป ถวายมหาทานแก่ภิกษุสงฆ์ มีพระ- พุทธเจ้าเป็นประมุขแล้ว, ส่งธิดาไปด้วยสักการะเป็นอันมาก ประหนึ่งจะ แสดงความเจริญแห่งผลสุจริตทั้งหลาย อันธิดาทำไว้แล้วในภพก่อนให้
ปรากฏแก่ชาวโลก. ในเวลานางถึงอุคคนครโดยลำดับ มหาชนพร้อมกับ
ตระกูลพ่อผัว ได้ทำการต้อนรับ.
ฝ่ายนางจูฬสุภัททานั่น แสดงตนแก่ชาวนครทั้งสิ้น เหมือนนาง วิสาขา เพื่อทำสิริสมบัติของตนให้ปรากฏ ยืนอยู่บนรถเข้าไปสู่นคร รับ เครื่องบรรณาการที่ชาวนครส่งมาแล้ว ส่งไป [ตอบแทน] แก่ชนเหล่า
๑. นั่งสนทนากันตามสบายกับอนาถบิณฑิกเศรษฐี.