ภรรยาเศรษฐีน้ำตาไหล
ลำดับนั้น สายแห่งน้ำตาไหลออกจากนัยน์ตาของนาง. พระราชา ทอดพระเนตรเห็นอาการนั้น จึงตรัสกะเศรษฐีว่า " มหาเศรษฐี ธรรมดา มาตุคาม มีความรู้น้อย ชะรอยจะร้องไห้ เพราะกลัวว่า ' พระราชาจะพึง ยึดเอาสมบัติของสามีของเรา,' ท่านจงปลอบนาง, เราไม่มีความต้องการ ด้วยสมบัติของท่าน."
เศรษฐี. ข้าแต่สมมติเทพ นางมิได้ร้องไห้.
พระราชา. เมื่อเป็นเช่นนั้น นั่นอะไรกันเล่า ?
เศรษฐี. น้ำตาของนางไหลออกมาแล้ว เพราะกลิ่นแห่งพระภูษา
สำหรับโพกของพระองค์, ด้วยว่าภรรยาของข้าพระองค์นี้ ไม่เคยเห็น แสงสว่างของประทีปหรือแสงสว่างของไฟ ย่อมบริโภค นั่งและนอน ด้วยแสงสว่างของแก้วมณีเท่านั้น; ส่วนสมมติเทพ คงจักประทับนั่งด้วย แสงสว่างแห่งประทีป.
พระราชา. ถูกละ เศรษฐี.
เศรษฐีกราบทูลว่า " ข้าแต่สมมติเทพ ถ้าเช่นนั้น จำเดิมแต่วันนี้ ขอพระองค์จงประทับนั่งด้วยแสงสว่างแห่งแก้วมณี" แล้วได้ถวายแก้วมณี อันหาค่ามิได้ ใหญ่ประมาณเท่าผลแตงโม.
พระราชาทอดพระเนตรเรือนแล้ว ตรัสว่า " สมบัติของโชติกะมาก จริง " แล้วได้เสด็จไป.๑
นี้เป็นเรื่องเกิดของพระโชติกเถระก่อน
๑. เบื้องหน้าแต่นี้ เรื่องพระชฏิลเถระ พึงเป็นเรื่องอันท่านเรียงไว้ในภายหลัง.