ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๔๓ · หน้า ๕๓๗ · ข้อ 36
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ภรรยาเศรษฐีน้ำตาไหล

ลำดับนั้น สายแห่งน้ำตาไหลออกจากนัยน์ตาของนาง. พระราชา ทอดพระเนตรเห็นอาการนั้น จึงตรัสกะเศรษฐีว่า " มหาเศรษฐี ธรรมดา มาตุคาม มีความรู้น้อย ชะรอยจะร้องไห้ เพราะกลัวว่า ' พระราชาจะพึง ยึดเอาสมบัติของสามีของเรา,' ท่านจงปลอบนาง, เราไม่มีความต้องการ ด้วยสมบัติของท่าน."

เศรษฐี. ข้าแต่สมมติเทพ นางมิได้ร้องไห้.

พระราชา. เมื่อเป็นเช่นนั้น นั่นอะไรกันเล่า ?

เศรษฐี. น้ำตาของนางไหลออกมาแล้ว เพราะกลิ่นแห่งพระภูษา

สำหรับโพกของพระองค์, ด้วยว่าภรรยาของข้าพระองค์นี้ ไม่เคยเห็น แสงสว่างของประทีปหรือแสงสว่างของไฟ ย่อมบริโภค นั่งและนอน ด้วยแสงสว่างของแก้วมณีเท่านั้น; ส่วนสมมติเทพ คงจักประทับนั่งด้วย แสงสว่างแห่งประทีป.

พระราชา. ถูกละ เศรษฐี.

เศรษฐีกราบทูลว่า " ข้าแต่สมมติเทพ ถ้าเช่นนั้น จำเดิมแต่วันนี้ ขอพระองค์จงประทับนั่งด้วยแสงสว่างแห่งแก้วมณี" แล้วได้ถวายแก้วมณี อันหาค่ามิได้ ใหญ่ประมาณเท่าผลแตงโม.

พระราชาทอดพระเนตรเรือนแล้ว ตรัสว่า " สมบัติของโชติกะมาก จริง " แล้วได้เสด็จไป.๑

นี้เป็นเรื่องเกิดของพระโชติกเถระก่อน

๑. เบื้องหน้าแต่นี้ เรื่องพระชฏิลเถระ พึงเป็นเรื่องอันท่านเรียงไว้ในภายหลัง.

หัวข้อ (สรุปโดย AI) อปราชิตกุฎุมพีเกิดเป็นโชติกเศรษฐี ท้าวสักกะเนรมิตปราสาทแก้ว ๗ ชั้น พระเจ้าพิมพิสารเสวยในเรือน พระกุมารอชาตศัตรูทรงน้อยพระทัย
เข้าสู่ระบบเพื่อบันทึกความคืบหน้า