ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต
ฉบับ มมร. · เล่ม ๔๓ · หน้า ๓๖๗ · ข้อ 35
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

แล้ว ขบฉันก้อนภัตนั้น, ธีรชรทั้งหลายย่อมสรร-

เสริญแม้ซึ่งภิกษุนั้นว่า เป็นมุนี."

พราหมณ์พอได้ฟังพระคาถานั้น ก็เป็นผู้มีจิตเลื่อมใส แล้วคิดว่า " โอ ! น่าอัศจรรย์จริง, พระราชบุตรผู้ชื่อว่าเจ้าแห่งดวงประทีป มิได้ ตรัสว่า ' เราไม่มีความต้องการด้วยภัตอันเป็นเดนของท่าน' ยังตรัสอย่าง นั้น " แล้วยืนอยู่ที่ประตูนั่นเอง ทูลถามปัญหากะพระศาสดาว่า " ข้าแต่ พระโคดมผู้เจริญ พระองค์ตรัสเรียกพวกสาวกของพระองค์ว่า ' ภิกษุ ' ด้วยเหตุเพียงเท่าไร ? บุคคลชื่อว่า เป็นภิกษุ."

คนผู้ไม่กำหนัดไม่ติดในนามรูปชื่อว่าภิกษุ

พระศาสดาทรงใคร่ครวญว่า " ธรรมเทศนาเช่นไรหนอ ? จึงจะ เป็นเครื่องสบายแก่พราหมณ์นี้" ทรงดำริว่า " ชนทั้งสองนี้ ในกาล ของพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่ากัลสป ได้ฟังคำของภิกษุทั้งหลายผู้กล่าว อยู่ว่า ' นามรูป,' การที่เราไม่ละนามรูปแหละ แล้วแสดงธรรมแก่ชน ทั้งสองนั้น ย่อมควร" แล้วจึงตรัสว่า " พราหมณ์ บุคคลผู้ไม่กำหนัด ไม่ข้องอยู่ในนามรูป ชื่อว่า เป็นภิกษุ " ดังนี้แล้ว ตรัสพระคาถานี้ว่า :-

๖.สพฺพโส นามรูปสฺมึ ยสฺส นตฺถิ มมายิตํ

อสตา จ น โสจติ ส เว ภิกฺขูติ วุจฺจติ.

" ความยึดถือในนามรูปว่าเป็นของ ๆ เรา ไม่มี

แก่ผู้ใดโดยประการทั้งปวง, อนึ่ง ผู้ใดไม่เศร้าโศก

เพราะนามรูปนั้นไม่มีอยู่, ผู้นั้นแล เราเรียกว่า

ภิกษุ."