อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต
ฉบับ มจร. · เล่ม ๒๑ · หน้า ๒๘ · ข้อ 16
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

๑. เป็นผู้ประกอบด้วยรูปโสขุมมญาณ๑ ไม่เห็นรูปโสขุมมญาณอื่น

ที่ยิ่งกว่าหรือประณีตกว่ารูปโสขุมมญาณนั้น และไม่ปรารถนา

รูปโสขุมมญาณอย่างอื่นที่ยิ่งกว่าหรือประณีตกว่ารูปโสขุมมญาณนั้น

๒. เป็นผู้ประกอบด้วยเวทนาโสขุมมญาณ ไม่เห็นญาณอื่นที่ยิ่งกว่าหรือ

ประณีตกว่าเวทนาโสขุมมญาณนั้น และไม่ปรารถนาเวทนาโสขุมม-

ญาณอย่างอื่นที่ยิ่งกว่าหรือประณีตกว่าเวทนาโสขุมมญาณนั้น

๓. เป็นผู้ประกอบด้วยสัญญาโสขุมมญาณ ไม่เห็นญาณอื่นที่ยิ่งกว่าหรือ

ประณีตกว่าสัญญาโสขุมมญาณนั้น และไม่ปรารถนาสัญญาโสขุมม-

ญาณอย่างอื่นที่ยิ่งกว่าหรือประณีตกว่าสัญญาโสขุมมญาณนั้น

๔. เป็นผู้ประกอบด้วยสังขารโสขุมมญาณ ไม่เห็นสังขารโสขุมมญาณอื่น

ที่ยิ่งกว่าหรือประณีตกว่าสังขารโสขุมมญาณนั้น และไม่ปรารถนา

สังขารสขุมมญาณอย่างอื่นที่ยิ่งกว่าหรือประณีตกว่าสังขารโสขุมม-

ญาณนั้น

ภิกษุทั้งหลาย โสขุมมญาณ ๔ ประการนี้แล

ภิกษุใดรู้ความละเอียดแห่งรูปขันธ์

รู้แดนเกิดแห่งเวทนาขันธ์

รู้เหตุเกิดและที่ดับแห่งสัญญาขันธ์

รู้สังขารขันธ์โดยความเป็นของไม่เที่ยง๒

เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา

ภิกษุนั้นแลเห็นชอบ สงบ

ยินดีในสันติบท๓ ชนะมารพร้อมทั้งเสนามาร

ธำรงร่างกายชาติสุดท้ายไว้

โสขุมมสูตรที่ ๖ จบ