มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๐ · หน้า ๒๙๓ · ข้อ 146
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

นั่งเหนืออาสนะหนึ่ง ยังอาสวะทั้งหมดให้สิ้นไปแล้วบรรลุพระอรหัต. เมื่อไม่ สามารถอย่างนั้นก็เป็น สมสีสี (สิ้นชีวิตพร้อมทั้งสิ้นกิเลส) ในเวลาตาย. เมื่อไม่สามารถอย่างนั้น ก็บังเกิดในเทวโลก ครั้นฟังธรรมของเทพบุตรผู้เป็น

ธรรมกถึกแล้วได้บรรลุพระอรหัต. พลาดไปจากนั้นเมื่อยังไม่เกิดพุทธุปบาทกาล

ย่อมทำให้แจ้งปัจเจกโพธิ. เมื่อยังไม่ทำให้แจ้งปัจเจกโพธินั้น ย่อมเป็น

ขิปปาภิญญา (รู้ได้เร็ว) เฉพาะพระพักตร์พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ดุจพระ- พาหิยเถระเป็นต้นฉะนั้น ย่อมมีผลมากด้วยประการฉะนี้. บทว่า มหานิสํสา เป็นไวพจน์ของบทว่า มหปฺผลา. แม้ข้อนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าก็ตรัสไว้ว่า

อานาปานสฺสติ ยสฺส ปริปุณฺณา สุภาวิตา

อนุปุพฺพปริจีตา ยถา พุทฺเธน เทสิตา

โสมํ โลกํ ปกาเสติ อพฺภา มุตฺโตว จนฺทิมา.

ผู้ใดเจริญอานาปานสติให้บริบูรณ์ สะ-

สมไว้โดยลำดับ เหมือนอย่างที่พระพุทธเจ้า

ทรงแสดงไว้ ผู้นั้นย่อมทำโลกให้สว่างไสว

ดุจพระจันทร์พ้นจากเมฆหมอกฉะนั้น.

พระเถระ เมื่อเห็นความที่อานาปานสติมีผลมากนี้ จึงได้ชักชวนสัทธิ-

วิหาริกในอานาปานสตินั้น. ด้วยประการฉะนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบอกรูป

กรรมฐาน พระเถระบอกอานาปานสติ เพราะเหตุนั้น แม้ทั้งสองท่านบอกกรรม

ฐานแล้วก็ไป. พระราหุลภัททะเป็นผู้ถูกทิ้งไว้ในวิหารนั่นแหละ พระผู้มีพระ-

ภาคเจ้า แม้ทรงรู้ว่าพระราหุลภัททะถูกทิ้งไว้ ไม่ทรงรับขาทนียะโภชนียะด้วย

พระองค์เองแล้วก็มิได้เสด็จไป. มิได้ทรงส่งในมือของพระอานนทเถระ มิได้

ทรงให้สัญญาแก่พระเจ้าปเสนทิโกศลมหาราชและอนาถบิณฑิกเศรษฐีเป็นต้น.