มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๐ · หน้า ๕๔๔ · ข้อ 313
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

การเช่นสรวง ความว่า ทานที่ให้แล้วมีประเภทเป็นเครื่องสักการะเป็นต้นที่ เช่นสรวง ทั้งหมดนั้นมีเถ้าเป็นที่สุด. ต่อจากนั้นไม่ให้ผลเลย. บทว่า ทตฺตุปญฺตฺตํ ทานที่คนเขลาบัญญัติไว้ คือ คนโง่ คนพาล บัญญัติไว้ บทนี้ท่านอธิบายว่า ทานนี้ คนพาล คนโง่ บัญญัติไว้. มิใช่บัณฑิตบัญญัติ.

คนพาลให้บัณฑิตรับ. บทว่า อตฺถิกวาทํ วาทะว่ามีผล คนบางพวกกล่าววาทะ

ว่ามีผลว่า ผลทานที่ให้แล้วมีอยู่. คำของคนเหล่านั้นเป็นคำเปล่าคำเท็จ คำเพ้อ บทว่า พาโล จ ปณฺฑิโต จ คือพาลและบัณฑิต. บทว่า อกเตน เม เอตฺถ กตํ กรรมในลัทธินี้ที่เราไม่ได้ทำเลยเป็นอันทำแล้ว คือกรรมในลัทธิ

นี้โดยกรรมของสมณะที่เราไม่ได้ทำเลยชื่อว่าเป็นอันทำแล้ว. พรหมจรรย์อัน

เราไม่เคยอยู่ชื่อว่าเป็นอันอยู่แล้ว. บทว่า เอตฺถ คือในธรรมของสมณะนี้. บทว่า

สมสมา เป็นผู้เสมอ ๆ กัน คือ เสมอกันอย่างยิ่ง หรือเสมอกันด้วยคุณอัน

เสมอ. บทว่า สามญฺํ ปตฺตา คือถึงความเป็นผู้เสมอกัน. บทมีอาทิว่า กรโต

เมื่อบุคคลทำเองท่านกล่าวไว้แล้วในอปัณณกสูตร. บทมีอาทิว่า นตฺถิ เหตุ

ไม่มีเหตุ ก็อย่างนั้น.

พึงทราบวินิจฉัยในพรหมจริยวาสที่ ๔ ดังต่อไปนี้ ชื่อว่า อกตา เพราะ

ไม่มีใครทำ. บทว่า อกฺตวิธา คือไม่มีแบบอย่างอันใครทำ. อธิบายว่า ไม่มี

ใคร ๆ สั่งให้ทำว่าท่านจงทำอย่างนี้. บทว่า อนิมฺมิตา ไม่มีใครนิรมิต คือ

ไม่มีใครนิรมิตแม้ด้วยฤทธิ์. บทว่า อนิมฺมาปิตา คือไม่มีใครให้นิรมิต.

อาจารย์บางพวกกล่าวบทว่า อนิมฺมิตพฺพา ไม่พึงนิรมิตให้. บทนั้นไม่ปรากฏ ในบาลี ไม่ปรากฏในอรรถกถา. บทว่า วญฺฌา เป็นหมัน สัตว์เลี้ยงเป็นหมัน มิให้เกิดแก่ใคร ๆ ดุจตาลเป็นต้นไม่มีผล. ด้วยบทนี้ปฏิเสธความที่ปฐวีธาตุ เป็นต้น ให้เกิดเป็นรูปเป็นต้น. ชื่อว่า กูฏฏฺา เพราะตั้งอยู่มั่นดุจยอดภูเขา.