ยักษ์ตอบว่า ถูกแล้วเราจักกินท่านทั้งหมด. มหาสัตว์พูดว่า ดูก่อนยักษ์ ท่าน
ไม่อาจกินพวกเราได้ดอก. ยักษ์ถามว่า ก็พวกท่านจักดื่มน้ำหรือ. มหาสัตว์
ตอบว่า ถูกแล้วเราจักดื่ม. ยักษ์กล่าวว่า เมื่อเป็นอย่างนั้นแม้ตัวเดียวก็จักไม่
พ้นเราไปได้. พญาวานรกล่าวว่า เราจักดื่มน้ำและจักไม่ไปสู่อำนาจของท่าน
ดังนี้แล้วจึงให้วานรนำไม้อ้อลำหนึ่งมา จับที่ปลายแล้วเป่าไป. ไม้อ้อได้เป็น
ช่องเดียวตลอด. พญาวานรนั่งบนฝั่งดื่มน้ำ. พญาวานรได้ให้วานรที่เหลือนำ
ไม้อ้อมาเฉพาะตัว เป่าแล้วส่งให้. เมื่อยักษ์แลดูอยู่นั่นเอง วานรทุกตัวก็ได้ ดื่มน้ำ ดังที่พญาวานรกล่าวไว้ว่า
เราไม่เห็นรอยเท้าขึ้น เห็นแต่รอยเท้า
ลง เราจักดื่มน้ำด้วยไม้อ้อ ท่านจักฆ่าเรา
ไม่ได้.
ตั้งแต่นั้นมาไม้อ้อทั้งหลายในที่นั้นก็มีช่องเดียวจนกระทั่งทุกวันนี้. ในกัปนี้พร้อมกับไม้อ้อนี้จักมีชื่อว่าสิ่งที่ตั้งอยู่ตลอดปาฎิหาริยกัป มี ๔ อย่างคือ ภาพกระต่ายบนดวงจันทร์ ๑ การที่ไฟดับในที่ทำสัจกิริยาในวัฏฏกชาดก ๑ การที่ฝนไม่ตกในที่อยู่ของมารดาบิดาของช่างหม้อชื่อว่า ฆฏิการะ ๑ ความที่ ไม้อ้อบนฝั่งสระโบกขรณีนั้นมีช่องเดียวตลอด ๑ ด้วยประการนี้สระโบกขรณี นั้นจึงได้ชื่อว่า นฬกปานะ เพราะวานรดื่มน้ำด้วยไม้อ้อ. ครั้นต่อมา บ้าน
ตั้งขึ้นเพราะอาศัยสระโบกขรณีนั้น. บ้านนั้นจึงได้ชื่อว่า นฬกปานะ. ท่าน
กล่าวว่า นฬกปาเน เพราะหมายถึงบ้านนั้น.
บทว่า ปลาสวเน คือ ในป่าไม้ทองกวาว. บทว่า ตคฺฆ มยํ ภนฺเต คือ ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พวกข้าพระองค์โดยส่วนเดียวเท่านั้น. ท่าน แสดงว่า ภิกษุเหล่าใดแม้อื่นยินดีแล้ว ย่อมยินดีในคำสอนของท่าน ภิกษุ เหล่านั้นเป็นเช่นกับพวกเรา ย่อมยินดียิ่ง.