มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์
ฉบับ มมร. · เล่ม ๒๐ · หน้า ๕๔๑ · ข้อ 313
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

เบา แนะนำในความมีเสียงเบา กล่าวสรรเสริญเสียงเบา ถ้ากระไรสมณะชื่อ อานนท์นั้นทราบว่าบริษัทมีเสียงเบาแล้ว พึงสำคัญที่จะเข้ามาใกล้. ลำดับนั้น ปริพาชกเหล่านั้นได้นิ่งอยู่.

ในบทเหล่านั้นบทว่า สณฺเปสิ ให้สงบเสียงคือให้สำเหนียก ได้แก่

ปกปิดโทษของบริษัทนั้น. ยังบริษัทตั้งอยู่โดยอาการที่ตั้งอยู่แล้วด้วยดี. เหมือน

บุรุษเมื่อเข้าไปยังท่ามกลางบริษัท ย่อมนุ่งห่มเรียบร้อยเพื่อปกปิดโทษ. กวาด

ที่รกด้วยฝุ่นละอองฉันใด. สันทกปริพาชกห้ามบริษัทว่า ท่านผู้เจริญทั้งหลาย

จงเบาเสียงเถิดเพื่อปกปิดโทษของบริษัทนั้น. อธิบายว่าให้บริษัทตั้งอยู่โดย

อาการที่ตั้งอยู่ด้วยดี. บทว่า อปฺปสทฺทกามา สาวกทั้งหลายใคร่ในความเป็น

ผู้มีเสียงเบาคือปรารถนาเสียงเบา. นั่งผู้เดียว ยืนผู้เดียว ไม่คลุกคลีด้วยหมู่.

บทว่า อปฺปสทฺทวินีตา แนะนำในความมีเสียงเบา คือพระพุทธเจ้าผู้มีเสียง เบา มีเสียงไม่ดังทรงแนะนำไว้. บทว่า อปฺปสทฺทสฺส วณฺณวาทิโน ผู้ กล่าวสรรเสริญเสียงเบา คือ กล่าวสรรเสริญที่อันมีเสียงเบา ไม่มีเสียง. บทว่า อุปสงฺกมิตพฺพํ มญฺเยฺย พึงสำคัญที่จะเข้ามาใกล้ คือพึงสำคัญที่จะเข้าไป ณ ที่นี้.

ก็เพราะเหตุไร สันทกปริพาชกนั้นจึงหวังจะเข้าไปใกล้พระเถระเล่า.

เพราะปรารถนาความเจริญแก่ตน. ได้ยินว่า ปริพาชกทั้งหลายเมื่อพระพุทธเจ้า

หรือเมื่อสาวกของพระพุทธเจ้ามายังสำนักของตน ๆ จึงยกตนขึ้นในสำนักของ พวกอุปัฏฐากว่า วันนี้พระสมณโคดมมายังสำนักของพวกเรา พระสารีบุตรก็มา. ท่านเหล่านั้นไม่ไปหาใคร ๆ เลย. พวกท่านจงเห็นว่า พวกเราสูงส่งแค่ไหน.

ย่อมตั้งตนไว้ในที่สูง. พยายามจะรับเอาอุปัฏฐากแม้ของพระผู้มีพระภาคเจ้า.

นัยว่าปริพาชกเหล่านั้นเห็นพวกอุปัฏฐากของพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงกล่าวอย่างนี้