ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถรคาถา-เถรีคาถา
ฉบับ มมร. · เล่ม ๕๐ · หน้า ๑๕๙ · ข้อ 158
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ทำการยิ้มแย้มให้ปรากฏ เราไม่พิจารณาเห็นช่องทาง

ที่ไม่ควรที่บุญจะไม่ให้ผล ช่องทางที่ควรในเทวโลก

หรือในมนุษยโลก ย่อมไม่ระงับไปเลย เขาผู้เพรียบ-

พร้อมด้วยบุญกรรมอยู่ ในเทวโลกมีบริษัทเท่าใด

บริษัทเท่านั้นจักถูกบังด้วยดอกรัง เขาเป็นผู้ประกอบ

ด้วยบุญกรรม จักรื่นเริงอยู่ในเทวโลกนั้น ด้วยการ

ฟ้อน การขับ การประโคม อันเป็นทิพย์ในกาลนั้น

ทุกเมื่อ บริษัทของเขาประมาณเท่าที่มี จักมีกลิ่น

หอมฟุ้ง และฝนดอกรังจักตกลงทั่วไปในขณะนั้น

มาณพนี้จุติจากเทวโลกแล้วจักมาสู่ความเป็นมนุษย์แม้

ในมนุษยโลกนี้ หลังคาดอกรังก็จักทรงอยู่ตลอดกาล

ทั้งปวง ณ มนุษยโลกนี้ การฟ้อน และการขับที่

ประกอบไปด้วยกังสดาล จักแวดล้อมมาณพนี้อยู่เป็น-

นิตย์ นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา และเมื่อพระอาทิตย์อุทัย

ฝนดอกรังก็จัดตกลง ฝนดอกรังที่บุญกรรมปรุงแต่ง

แล้ว จักตกลงทุกเวลา ในกัปที่ ๑,๘๐๐ พระศาสดา

ทรงพระนามว่า โคดม ซึ่งสมภพในวงศ์ของพระเจ้า

โอกากราช จักเสด็จอุบัติขึ้นในโลก มาณพนี้จักเป็น

ทายาทในธรรมของพระศาสดาพระองค์นั้น เป็นโอรส

อันธรรมเนรมิต จักกำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว ไม่มี

อาสวะจักนิพพาน เมื่อเขาตรัสรู้ธรรมอยู่ จักมีหลังคา

ดอกรัง เมื่อลูกทำฌาปนกิจอยู่ บนเชิงตะกอน ที่เชิง

ตะกอนนั้น ก็จักมีหลังคาดอกรัง พระมหามุนี ทรง