ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถรคาถา-เถรีคาถา
ฉบับ มมร. · เล่ม ๕๐ · หน้า ๒๐๔ · ข้อ 170
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ด้วยบุญกรรมเหล่านั้น ท่านเสวยสมบัติไป ๆ มา ๆ อยู่ในเทวดาและ มนุษย์ทั้งหลาย คราวหนึ่งเกิดในกำเนิดมนุษย์ ได้ถวายขีรภัต แด่พระ-

ปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่ง. ท่านทำบุญไว้มากในภพนั้น ๆ อย่างนี้ ท่องเที่ยว

ไปในสุคติภพอย่างเดียว ถือปฏิสนธิในท้องของหญิงยากจนคนใดคนหนึ่ง ใน พระนครสาวัตถี ด้วยผลแห่งกรรมที่มีในก่อน ในพุทธุปบาทกาลนี้. มารดา ของท่านบริหารครรภ์ได้ ๑๐ เดือน เมื่อครรภ์แก่รอบ ในเวลาจะคลอดก็ไม่ สามารถจะคลอดได้ ถึงกับสลบไป นอนเหมือนคนตายแล้ว ตลอดเวลานาน. ญาติทั้งหลาย นำนางไปป่าช้า ด้วยสำคัญว่าตายแล้ว ยกขึ้นสู่เชิงตะกอน เมื่อลมฝนตั้งขึ้นด้วยอำนาจของเทวดา จึงไม่ยอมใส่ไฟ หลีกไปแล้ว. ทารก เป็นผู้ไม่มีโรคออกจากต้องมารดา ด้วยอานุภาพแห่งเทวดา เพราะเป็นผู้จะ

กระทำให้แจ้งพระอรหัตในภพสุดท้าย. ส่วนมารดากระทำกาละแล้ว.

เทวดาอุ้มทารกไปวางไว้ในเรือนของคนเฝ้าป่าช้า ด้วยรูปของมนุษย์ เลี้ยงดูด้วยอาหาร อันสมควรตลอดเวลาเล็กน้อย. และต่อจากนั้น คนเฝ้าป่าช้า ก็ทำทารกนั้นให้เป็นบุตรของตน เลี้ยงดูให้เติบใหญ่. เขาเจริญเติบโตอย่างนั้น เที่ยวเล่นอยู่กับทารกชื่อว่า สุปปิยะ ผู้เป็นบุตรของคนเฝ้าป่าช้า. เพราะความ ที่เขาเกิดเจริญเติบโตในป่าช้า จึงได้นามว่า โสปากะ.

ครั้นอยู่มาวันหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแผ่ข่าย คือพระญาณไป ในเวลาใกล้รุ่ง ทรงตรวจดูผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งเวไนยสัตว์ ทรงเห็นเขาหยั่งลงสู่ ภายในข่ายคือพระญาณ จึงได้เสด็จไปสู่ที่แห่งป่าช้า. ทารกอันบุพเหตุตักเตือน อยู่ เป็นผู้มีใจเลื่อมใสแล้ว เข้าไปเฝ้าพระบรมศาสดา ถวายบังคมแล้วยืนอยู่.

พระบรมศาสดาทรงแสดงธรรมแก่เขา. เขาฟังธรรมแล้ว ทูลขอบรรพชา

อันพระบรมศาสดาตรัสถามว่า ท่านเป็นผู้อันบิดาอนุญาตแล้วหรือ จึงนำบิดา

ไปสู่สำนักของพระบรมศาสดา. บิดาของเขาเข้าไปเฝ้าพระบรมศาสดา ถวาย