ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถรคาถา-เถรีคาถา
ฉบับ มมร. · เล่ม ๕๐ · หน้า ๓๔๖ · ข้อ 206
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

เขาบังเกิดในเทวโลก กระทำบุญแม้อื่นอีกเป็นอันมาก ท่องเที่ยวอยู่ในสุคติภพ นั่นแหละ เกิดในท้องของนางทาสี ในพระราชวังของพระเจ้าสุทโธทนมหาราช ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าของเราทั้งหลาย ได้มีนามว่า ฉันนะ เป็น สหชาตกับพระโพธิสัตว์.

นายฉันนะได้มีศรัทธาจิต ในสมาคมแห่งพระญาติ ของพระบรมศาสดา บวชแล้ว ด้วยความจงรักในพระผู้มีพระภาคเจ้า เกิดการถือตัว (มมังการ) ขึ้นว่า พระพุทธเจ้าของเรา พระธรรมของเรา ไม่สามารถจะตัดสิเนหา ได้ ไม่บำเพ็ญสมณธรรม เมื่อพระศาสดาเสด็จปรินิพพานแล้ว ถูกคุกคาม ด้วยพรหมทัณฑ์ อันพระศาสดาทรงกระทำ โดยวิธีนัดหมายถึงความสลดใจ ตัดสิเนหาออกได้ พิจารณาเห็นแจ้ง บรรลุพระอรหัต โดยกาลไม่นานนัก. สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า

เราได้ถวายอาสนะที่ลาดด้วยใบไม้ แด่พระผู้มี

พระภาคเจ้า ทรงพระนามว่า สิทธัตถะ และได้เอา

ดอกโกสุม ที่นำมาโปรยลงโดยรอบ เราได้เสวยห้อง

อันน่ารื่นรมย์ มีค่ามาในปราสาท ดอกไม้มีค่ามาก

ตกลงบนที่นอนของเรา เรานอนบนที่นอนอันงดงาม

ลาดด้วยดอกไม้ และฝนดอกไม้ ตกลงบนที่นอน

ของเราในกาลนั้น ในกัปที่ ๙๔ แต่ภัทรกัปนี้ เราถวาย

อาสนะที่ลาดด้วยใบไม้ใด ด้วยกรรมนั้น เราไม่รู้จัก

ทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งถวายเครื่องลาด เป็นพระเจ้า

จักรพรรดิ ๗ พระองค์ พระนามว่า ติณสันถรกะ

เป็นจอมคนอุบัติแล้ว ในกัปที่ ๕ แต่ภัทรกัปนี้. เรา

เผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯ ล ฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า

เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.