เสด็จดำเนินไปในที่ไม่ไกลปราสาท รัศมีของพระองค์
สว่างไสว ในเมื่อพระอาทิตย์อัสดงคตแล้ว เราประคอง
น้ำหอม ประพรม (บูชา) พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด
ด้วยจิตอันเลื่อมใสนั้น เราทำกาลกิริยา ณ ที่นั้น ใน
กัปที่ ๙๑ แต่ภัทรกัปนี้ เราได้ประพรมน้ำหอมใด ด้วย
กรรมนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา
ในกัปที่ ๓๑ แต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ
จอมกษัตริย์ พระนามว่า สุคนธ์ สมบูรณ์ด้วยแก้ว
๗ ประการ มีพลมาก. เราทำลายกิเลสทั้งหลายแล้ว
ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว
ดังนี้.
ก็พระเถระเป็นผู้ได้อภิญญา ๖ แล้ว อำลามารดา เมื่อมารดาจ้อง มองดูอยู่นั่นแล เหาะหลีกไปทางอากาศ. แม้เลยเวลาที่ได้บรรลุพระอรหัตแล้ว ท่านก็ได้กล่าวแต่คาถานั้นอย่างเดียวในระหว่าง ๆ.
บรรดาบทเหล่านั้น ด้วยการชี้ (บท) นี้ว่า ปพฺพชิโตมฺหิ แม้คาถานี้ ก็จัดว่าเป็นคาถาพยากรณ์พระอรหัตผลของพระเถระ เพราะแสดงถึงความที่ แห่งมลทินมีราคะเป็นต้น ในสันดานของตน อันพระเถระละเว้นทั่วแล้ว. ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า ผู้ที่ไล่มลทินของตนได้ ฉะนั้น จึงเรียกว่า บรรพชิต ดังนี้.