ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถรคาถา-เถรีคาถา
ฉบับ มมร. · เล่ม ๕๐ · หน้า ๔๒๓ · ข้อ 226
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ด้วยบุญกรรมนั้น เขาเกิดในเทวโลก กระทำบุญไว้มาก ท่องเที่ยว ไป ๆ มา ๆ ในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เกิดเป็นโอรสของพระราชา ทรง- พระนามว่า มณฑลิกะ องค์หนึ่ง ในพุทธุปบาทกาลนี้ดำรงอยู่ในราชสมบัติ แต่ในเวลาที่ยังทรงพระเยาว์ทีเดียว เสวยความสุขในราชสมบัติ ทรงพระ- ชราภาพ เข้าไปเฝ้าพระศาสดาแล้ว พระศาสดาทรงแสดงธรรมแก่ท้าวเธอ. พระองค์ฟังธรรมแล้ว ได้มีศรัทธาจิต เกิดความสลดพระทัย สละราชสมบัติ ทรงผนวช แล้วเจริญวิปัสสนา บรรลุพระอรหัตต่อกาลไม่นานนัก. สมดัง คาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า

ในกาลนั้น เราเป็นพรานเที่ยวฆ่าสัตว์อื่นเป็น

อันมาก สำเร็จการนอนอยู่ที่เงื้อมเขาไม่ไกลพระ-

ศาสดาพระนามว่า สุขี เราเห็นพระพุทธเจ้าผู้เป็น

อัครนายกของโลก ทั้งเวลาเย็นเวลาเช้า ก็เราไม่มี

ไทยธรรม สำหรับถวายแด่ศาสดาผู้จอมประชา ผู้คงที่

เราได้ถือเอาผลมะหาดไปสู่สำนักพระพุทธเจ้า พระ-

ผู้มีพระภาคเจ้า เชษฐบุรุษของโลกผู้ประเสริฐกว่านระ

ทรงรับ ต่อแต่นั้น เราได้ถือเอาผลมะหาด ไปบำเรอ

พระองค์ซึ่งเป็นผู้นำที่วิเศษ ด้วยจิตอันเลื่อมใสนั้น

เราได้ทำกาลกิริยา ณ ที่นั้นเอง ในกัปที่ ๓๑ แต่

ภัทรกัปนี้ เราได้ถวายผลมะหาดใด ด้วยกรรมนั้น

เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้ ใน

กัปที่ ๑๕ แต่ภัทรกัปนี้ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓

พระองค์ มีพระนามว่า ปิยาลิน สมบูรณ์ด้วย