บทว่า ฉนฺนํ วิวเรถ ความว่า แม้เมื่อเกิดความประสงค์จะปิด โดย ภาวะที่เป็นปุถุชน ท่านก็อย่าอนุวรรตน์ตามความประสงค์ พึงเปิด คือพึง ทำให้แจ้ง พึงปลงอาบัติตามธรรม.
บทว่า เอวํ ได้แก่ ด้วยการเปิด คือด้วยการปฏิบัติตามธรรม.
บทว่า ตํ ได้แก่ทุจริตนั้น คือที่ปกปิดไว้.
ฝนย่อมไม่รั่วรด คือ ฝนคืออาบัติ และฝนคือกิเลส ย่อมไม่รั่ว รด อธิบายว่า ย่อมยังบุคคลให้ดำรงอยู่ในความบริสุทธิ์.
บัดนี้ พระเถระเมื่อจะแสดงวัตถุที่ตั้งแห่งความสลดใจอันเป็นเหตุ แห่งการปิดบังว่า พึงทำคนให้บริสุทธิ์โดยสิ้นเชิงและโดยรวดเร็ว ไม่ควร ทำความประมาท จึงกล่าวคำมีอาทิว่า สัตวโลกถูกมัจจุกำจัด ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มจฺจุนาพฺภาหโต โลโก ความว่า สัตวโลกนี้ทั้งหมดถูกมัจจุ คือความตาย ผู้มีปกติทำสัตว์ให้ตกลงใน วัฏฏะทั้งปวงกำจัดแล้ว ประดุจโจรถูกคนผู้ทำหน้าที่ฆ่าโจร ประหารชีวิต ฉะนั้น คือย่อมไม่พ้นเงื้อมหัตถ์ของมัจจุนั้น.
บทว่า ชราย ปริวาริโต ความว่า สัตวโลกนี้ถูกความชราอันมีหน้าที่ นำเข้าหาความตายยิ่งกว่าการให้เกิด รุมล้อม คือครอบงำ อธิบายว่า หุ้ม ห่อด้วยกองชรา.
บทว่า ตณฺหาสลฺเลน โอติณฺโณ ความว่า ถูกลูกศรคือตัณหาอันมี ลักษณะยึดติด เหมือนลูกธนูกำซาบยาพิษ จมอยู่ในภายในร่างกายเสียบ
คือแทงลงตรงหัวใจ. จริงอยู่ ตัณหาท่านเรียกว่า ลูกศร เพราะให้เกิด
การบีบคั้น เพราะทิ่มแทงอยู่ภายใน และเพราะถอนได้ยาก.
บทว่า อิจฺฉาธูปายิโต ความว่า ถูกความอยากอันมีลักษณะ