ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถรคาถา-เถรีคาถา
ฉบับ มมร. · เล่ม ๕๒ · หน้า ๓๗๖ · ข้อ 373
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

บทว่า คตี ได้แก่ ญาณคติ. บทว่า อาสิ ได้แก่อโหสิ แปลว่า ได้มีแล้ว.

บทว่า ปริภูโต ได้แก่ถูกดูหมิ่นจากพระพี่ชายนั้นนั่นแลว่า เป็น คนหลงลืม ไม่มีความรู้ ดังนี้.

บทว่า ปุเร ได้แก่ ในกาลก่อน คือในเวลาเป็นปุถุชน.

จ ศัพท์ ในบทว่า ภาตา จ นี้ เป็นสมุจจยัตถะ, ความว่า มิใช่ เราจะถูกดูหมิ่นอย่างเดียวเท่านั้น, โดยที่แท้แม้พระพี่ชายยังขับไล่เรา คือ ฉุดคร่าเราออกไปว่า ปันถก เธอเป็นคนโง่เขลา เห็นจะไม่มีเหตุ (ในการ ตรัสรู้), เพราะฉะนั้น เธอจึงไม่สามารถเพื่อจะทำกิจแห่งบรรพชิตให้ถึง ที่สุดได้, เธอไม่สมควรเพื่อพระศาสนานี้. บัดนี้ เธอจงไปสู่เรือนของ

คุณตาของเธอเถิด. บทว่า ภาตา ได้แก่พระพี่ชาย.

บทว่า โกฏฺเก ได้แก่ ใกล้ซุ้มประตู.

บทว่า ทุมฺมโน ได้แก่ถึงความโทมนัสใจ.

บทว่า สาสนสฺมึ อเปกฺขวา ได้แก่ ยังมีความอาลัยในพระศาสนา ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือยังไม่ต้องการจะสึก.

บทว่า ภควา ตตฺถ อาคจฺฉิ ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์ มีพระมนัสอันพระมหากรุณาคุณตักเตือนแล้ว เมื่อจะทรงอนุเคราะห์เรา จึงได้เสด็จมา ณ ที่ที่เรายืนอยู่. ก็แล ครั้นพระองค์เสด็จมาแล้ว ทรง ปลอบใจว่า ปันถกเอ๋ย เราเป็นศาสดาของเธอ, มหาปันถกไม่ใช่เป็น ศาสดาของเธอ, การบรรพชาของเธอ ก็มุ่งเพื่ออุทิศเรา ดังนี้ ทรงลูบ ศีรษะเรา คือเมื่อจะแสดงว่า จักเป็นลูกของเรา ณ บัดนี้ทีเดียว ดังนี้ จึงทรงลูบศีรษะเรา ด้วยฝ่าพระหัตถ์ อันมีรูปกงจักรเป็นเครื่องหมาย ซึ่ง