แต่พระผู้มีพระภาคเจ้าปรินิพพาน ได้ศรัทธาบวชแล้วกระทำสมณธรรม
เจริญวิปัสสนาบรรลุพระอรหันต์. ด้วยเหตุนั้นจึงกล่าวไว้ในอปทาน๑ว่า
ครั้งนั้นเราเป็นกินนร อยู่ที่ใกล้ฝั่งแม่น้ำจันทภาคา ได้
เห็นพระสยัมภูพุทธเจ้าผู้ปราศจากธุลี มีความเลื่อมใส
โสมนัสเกิดความปราโมทย์ ประนมอัญชลีแล้วถือเอาดอก
รกฟ้าขาวมาบูชาพระสยัมภู ด้วยกรรมที่เราทำไว้ดีแล้ว
นั้น และด้วยการตั้งเจตจำนงไว้ เราละร่างกินนรแล้ว
ได้ไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เราได้เป็นจอมเทพเสวยราช-
สมบัติในเทวโลก ๓๖ ครั้ง ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิเสวย-
ราชสมบัติอันใหญ่ ๑๐ ครั้ง ได้เป็นพระเจ้าประเทศราช
อันไพบูลย์โดยคณนานับมิได้ พืชอันหว่านในเนื้อนาอันดี
คือพระสยัมภู ได้สำเร็จผลเป็นอันดีแก่เราแล้ว กุศลของ
เรามีอยู่ เราบวชเป็นบรรพชิต ทุกวันนี้ เราควรแก่การ
บูชาในศาสนาของพระศากยบุตร เราเผากิเลสทั้งหลาย
แล้ว . . .ฯลฯ . . . พุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
ก็แลท่านครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว อยู่ด้วยสุขอันเกิดแต่วิมุตติ เมื่อ พระผู้มีพระภาคเจ้าปรินิพพานได้ ๑๐๐ ปี เมื่อภิกษุผู้เป็นบุตรแห่งเจ้าวัชชี ชาวกรุงเวสาลี ยกย่องวัตถุ ๑๐๐ ประการ เมื่อพระขีณาสพ ๕๐๐ รูป ผู้ อันพระยสกากัณฑกบุตตรเถระกระตุ้นเตือนให้อาจหาญขึ้น ทำลายทิฏฐินั้น ยกย่องพระสัทธรรม กระทำสังคายนาพระธรรมวินัย เพราะความสังเวช ในธรรม ในการที่ภิกษุชาวเมืองวัชชีบุตรแสดงสัตถุศาสน์นอกธรรมนอก
๑. ขุ. อ. ๓๓/ข้อ ๑๐๖.