ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒
ฉบับ มมร. · เล่ม ๖๔ · หน้า ๖๙๐ · ข้อ 1269
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

เป็นที่รักของพระองค์จงทรงสำราญ มีพระชนมายุยืน

นานไม่มีข้าศึกศัตรู หมู่ที่ ๔ ชื่อปิยาปุตตาปิยานันทา

ย่อมร่ำร้องถวายพระพรให้พระโอรสพระธิดาและพระ-

มเหสี จงเป็นที่รักของพระองค์ พระองค์จงเป็นที่

รักของพระโอรสพระธิดาและมเหสี ทรงชื่นชมโสมนัส

ต่อกันและกัน ทิวไม้ราวกะระเบียบดอกไม้ที่ช่างร้อย

กรองตั้งไว้ ปรากฏดังยอดธง วิจิตรด้วยบุปผชาติมี

พรรณต่าง ๆ เหมือนคนฉลาดเก็บมาร้อยกรองไว้ ซึ่ง

เป็นที่ประทับแห่งพระราชาเวสสันดร พร้อมด้วยพระ-

มัทรีราชเทวีทัพระชาลีและพระกัณหาชินา ทรงเพศ

บรรพชิตอันประเสริฐ และขอสำหรับสอยผลาผล

ภาชนะสำหรับใช้ในการบูชาเพลิงกับทั้งชฎา ทรงหนัง

เสือเหลืองเป็นภูษาทรง บรรทมเหนือแผ่นดิน ทรง

นมัสการเพลิง.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า จารุติมฺพรุกฺขา ได้แก่ ต้นมะพลับ

ทอง. บทว่า มธุมธุกา ได้แก่ มะซางมีรสหวาน. บทว่า เถวนฺติ

แปลว่า ย่อมรุ่งเรือง. บทว่า มธุตฺถิกา ได้แก่ เหมือนน้ำผึ้ง หรือเช่นกับ

รวงผึ้งเพราะแม่น้ำหวานไหลเยิ้ม. บทว่า ปาเรวตา ได้แก่ ต้นกล้วยงาช้าง.

บทว่า ภเวยฺย ได้แก่ กล้วยมีผลยาว. สกมาทาย ความว่า ถือเอารวงผึ้ง

นั้นบริโภคได้เองทีเดียว. บทว่า โทวิลา ได้แก่ มีดอกและใบร่วงหล่น มี

ผลดาษดื่น. บทว่า เภงฺควณฺณา ตทูภยํ ความว่า มะม่วงทั้งสองอย่างนั้น

คือ ดิบบ้าง สุกบ้าง มีสีเหมือนสีของหลังกบทีเดียว. บทว่า อเถตฺถ เหฏฺา ปุริโส ความว่า อนึ่ง อาศรมนั้น บุรุษยืนอยู่ใต้ต้นมะม่วง