ขุททกนิกาย ขุททกปาฐ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต
ฉบับ มจร. · เล่ม ๒๕ · หน้า ๕๑๐ · ข้อ 45 46 47 48
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

[๔๕] (พระปัจเจกสัมพุทธเจ้าองค์หนึ่งกล่าวดังนี้)

ถ้าบุคคลพึงได้สหายผู้มีปัญญารักษาตน

เที่ยวไปด้วยกันได้ เป็นสาธุวิหารี๑ เป็นนักปราชญ์

ครอบงำอันตรายทั้งปวงได้แล้ว

พึงมีใจแช่มชื่น มีสติ เที่ยวไปกับสหายนั้นเถิด

[๔๖] (พระปัจเจกสัมพุทธเจ้าองค์หนึ่งกล่าวดังนี้)

ถ้าบุคคลไม่พึงได้สหายผู้มีปัญญารักษาตน

เที่ยวไปด้วยกันได้ เป็นสาธุวิหารี เป็นนักปราชญ์

ก็พึงประพฤติอยู่ผู้เดียวเถิด

เหมือนพระราชาทรงละทิ้งแคว้นที่ทรงชนะแล้ว

ทรงประพฤติอยู่พระองค์เดียว

และเหมือนช้างมาตังคะละทิ้งโขลงอยู่ตัวเดียวในป่า ฉะนั้น๒

[๔๗] (พระปัจเจกสัมพุทธเจ้าองค์หนึ่งกล่าวดังนี้)

เราสรรเสริญสหายสัมปทาโดยแท้

บุคคลควรคบสหายผู้ประเสริฐสุด (หรือ) ผู้เสมอกัน

ถ้าบุคคลไม่ได้สหายเหล่านี้ พึงเป็นผู้บริโภคปัจจัยอันไม่มีโทษ

จึงประพฤติอยู่ผู้เดียวเหมือนนอแรด

[๔๘] (พระปัจเจกสัมพุทธเจ้าองค์หนึ่งกล่าวดังนี้)

บุคคลเห็นกำไลทอง ๒ วง อันสุกปลั่ง

ที่ช่างทองทำสำเร็จอย่างดี กระทบกันอยู่ที่ข้อมือแล้ว๓

จึงประพฤติอยู่ผู้เดียวเหมือนนอแรด