มหาวิภังค์ ภาค ๑
ฉบับ มมร. · เล่ม ๑ · หน้า ๑๗๕ · ข้อ 9
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ก็ขณะและสมัยเพื่ออยู่พรหมจรรย์มีหนึ่งแล๑. มีกาละเป็นอรรถในคำทั้งหลาย

มีอาทิอย่างนี้ว่า คราวร้อน คราวกระวนกระวาย๒. มีสุหะเป็นอรรถในคำ ทั้งหลายมีอาทิอย่างนี้ว่า ประชุมใหญ่ในป่ามหาวัน๓. มีเหตุเป็นอรรถ ในคำ ทั้งหลายมีอาทิอย่างนี้ว่า ดูก่อนภัททาลิ ! แม้เหตุผล ได้เป็นของอันท่านไม่ได้ แทงตลอดแล้วว่า แม้พระผู้มีพระภาคเจ้าแล เสด็จอยู่ในกรุงสาวัตถี. แม้ พระองค์จักทรงทราบเราว่า ภิกษุชื่อว่าภัททาลิ มิใช่ผู้มีปกติทำให้บริบูรณ์ ด้วยสิกขาในศาสนาของพระศาสดา ดูก่อนภัททาลิ ! เหตุแม้นี้แล ได้เป็นของ

อันท่านไม่ได้แทงตลอดแล้ว๔. มีทิฏฐิเป็นอรรถในคำทั้งหลายมีอาทิอย่างนี้ว่า

ก็โดยสมัยนั้นแล ปริพาชกชื่ออุคคหมานะบุตรของสมณฑิกา อาศัยอยู่ใน อารามของนางมัลลิกา ศาลาหลังเดียวใกล้แถวต้นมะพลับเป็นที่สอนทิฏฐิเป็นที่

เรียน๕. มีปฏิลาภะเป็นอรรถ ในคำทั้งหลายมีอาทิอย่างนี้ว่า

ประโยชน์ใด ในทิฏฐธรรมนั่นแล

ด้วยประโยชน์ใด เป็นไปในสัมปรายภพด้วย

นักปราชญ์ ท่านเรียกว่า บัณฑิต เพราะได้

เฉพาะซึ่งประโยชน์นั้น๖.

มีปหานะเป็นอรรถ ในคำทั้งหลายมีอาทิอย่างนี้ว่า ภิกษุนี้ได้กระทำ ที่สุดทุกข์ เพราะละมานะโดยชอบ๗. มีปฏิเวธะเป็นอรรถ ในคำทั้งหลายมี อาทิอย่างนี้ว่า อรรถคือความบีบคั้นแห่งทุกข์ อรรถคือข้อที่ทุกข์เป็นสังขต- ธรรม อรรถคือความแผดเผาแห่งทุกข์ อรรถคือความแปรปรวนแห่งทุกข์

เป็นอรรถที่ควรแทงตลอด๘. แต่ในที่นี้ สมยศัพท์นั้นมีกาละเป็นอรรถ เพราะ

๑. อง. กฎฺฐก. ๒๓/๒๓๐ ๒ วิ. มหา. ๒/๓๓๙. ๓. ที. มหา. ๑๐/๒๘๗.

๔. ม.ม. ๑๓/๑๖๕. ๕. ม.ม. ๑๓/๓๔๒. ๖. สํ. ส. ๑๔/๑๒๖. ๗. องฺ จตุกฺก. ๒๑/๒๒๓.

๘. ขุ. ปฏิ. ๓๑/๔๕๔