๑๑. หมวดอมนุสสะปุริสะ ๑๘ จตุกกะ
อมนุสสะปุริสะ สุทธิกะจตุกกะ
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักอมนุษย์ผู้ชาย...อมนุษย์ ผู้ชายผู้ตื่น... ผู้หลับ... ผู้เมา... ผู้วิกลจริต... ผู้เผลอจริต... ผู้ตายแล้วยังไม่ ถูกสัตว์กัด... ยังไม่ถูกสัตว์กัดโดยมาก...ต้องอาบัติปาราชิก...ถูกสัตว์กัด โดยมาก... ถ้าไม่ยินดี ไม่ต้องอาบัติ ฯลฯ
หมวดอมนุสสะปุริสะ ๑๘ จตุกกะ จบ
๑๒. หมวดติรัจฉานคตะปุริสะ ๑๘ จตุกกะ
ติรัจฉานคตะปุริสะ สุทธิกะจตุกกะ
พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก พาภิกษุมาในสำนักสัตว์ดิรัจฉานตัวผู้...สัตว์ ดิรัจฉานตัวผู้ผู้ตื่น...ผู้หลับ...ผู้เมา...ผู้วิกลจริต...ผู้เผลอสติ...ผู้ตาย แล้วยังไม่ถูกสัตว์กัด...ยังไม่ถูกสัตว์กัดโดยมาก...ต้องอาบัติปาราชิก... ถูกสัตว์กัดโดยมาก...ถ้าไม่ยินดี ไม่ต้องอาบัติ ฯลฯ
หมวดติรัจฉานคตะปุริสะ ๑๘ จตุกกะ จบ๑
[๔๔] พวกภิกษุผู้เป็นข้าศึก เราให้พิสดารแล้วฉันใด พวกพระราชา ผู้เป็นข้าศึก พวกโจรผู้เป็นข้าศึก พวกนักเลงผู้เป็นข้าศึก พวกมนุษย์ผู้ตัดหัวใจ ผู้เป็นข้าศึก บัณฑิตพึงให้พิสดารฉันนั้น.
[๔๕] ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้ามรรคทางมรรค ต้องอาบัติปาราชิก
๒สอดองค์กำเนิดเข้ามรรคทางมรรค ต้องอาบัติปาราชิก
๓สอดองค์กำเนิดเข้ามรรคทางอมรรค ต้องอาบัติปาราชิก ๑.ความพิสดาร พึงทราบตามนัยที่กล่าวแล้วในเบื้องต้น
๒. ยังองค์กำเนิดให้เข้าไปทางปัสสาวมรรคเป็นต้น แล้วถอนออกทางแผลใกล้ต่อมรรคนั้น
๓. ยังองค์กำเนิดให้เข้าทางแผลใกล้ต่อมรรคแล้วถอนออกทางมรรค.