คา. อย่างนั้น พระเจ้าข้า.
พ. ท่านจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน ความโศก ความร่ำไร
ความทุกข์ โทมนัสและอุปายาส พึงเกิดขึ้นแก่ท่าน เพราะมารดาของ จิรวาสีกุมารตาย ถูกจำจอง เสื่อมทรัพย์หรือถูกติเตียนหรือ.
คา. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ แม้เมื่อมารดาของจิรวาสีกุมารมีชีวิตอยู่
ข้าพระองค์พึงมีความกระวนกระวายใจ ไฉนความโศก ความร่ำไร ความทุกข์ โทมนัสและอุปายาส จักไม่เกิดขึ้นแก่ข้าพระองค์ เพราะมารดา ของจิรวาสีกุมารตาย ถูกจองจำ เสื่อมทรัพย์หรือถูกติเตียนเล่า พระเจ้าข้า.
พ. ดูก่อนนายคามณี ท่านพึงทราบความข้อนั้นโดยปริยายนี้ว่า
ทุกข์อย่างใดอย่างหนึ่งเมื่อเกิด ย่อมเกิดขึ้น ทุกข์ทั้งหมดนั้นมีฉันทะเป็นมูล มีฉันทะเป็นเหตุ เพราะฉันทะเป็นมูลเหตุแห่งทุกข์.
จบ คันธภกสูตรที่ ๑๑
อรรถกถาคันธภกสูตรที่ ๑๑
ในคันธภกสูตรที่ ๑๑ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้.
บทว่า มลฺเลสุ ได้เเก่ในชนบทชึ่งมีชื่ออย่างนั้น. บทว่า วเธน แปลว่า ตาย. บทว่า ชานิยา แปลว่า เสื่อมทรัพย์. บทว่า อกาลิเกน ปตฺเตน ความว่า บรรลุในระหว่างกาล คือบรรลุไม่ล่วงเลยกาล หามิได้. บทว่า จิรวาสี นาม กุมาโร ได้แก่บุตรของนายบ้านนั้น มีชื่ออย่างนั้น. บทว่า พหิอาวาสเถ ปฏิวสติ ความว่า อยู่เรียนศิลปะบางอย่าง
นอกเมือง. ในสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถึงทุกข์ในวัฏฏะ.