[๔๓๕] ก็เวทนา ๑๘ เป็นไฉน. เวทนา ๑๘ คือ เวทนาที่ สหรคตด้วยโสมนัส ๖ เวทนาที่สหรคตด้วยโทมนัส ๖ เวทนาที่สหรคต ด้วยอุเบกขา ๖ เหล่านี้ เราเรียกว่าเวทนา ๑๘.
[๔๓๖] ก็เวทนา ๓๖ เป็นไฉน. เวทนา ๓๖ คือ เคหสิตโสมนัส ๖ เนกขัมมสิตโสมนัส ๖ เคหสิตโทมนัส ๖ เนกขัมมสิตโทมนัส ๖ เคหสิ- อุเบกขา ๖ เนกขัมมสิตอุเบกขา ๖ เหล่านี้เราเรียกว่าเวทนา ๓๖.
[๔๓๗] เวทนา ๑๐๘ เป็นไฉน. เวทนา ๑๐๘ คือ เวทนาที่ เป็นอดีต ๓๖ ที่เป็นอนาคต ๓๖ ที่เป็นปัจจุบัน ๓๖ เหล่านี้ เราเรียกว่า เวทนา ๑๘ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรมปริยายอันมีปริยาย ๑๘ แม้นี้แล.
จบ อัฏฐสตปริยายสูตรที่ ๒
อรรถกถาอัฏฐสตปริยายสูตรที่ ๒
พึงทราบวินิจฉัยในอัฏฐสตปริยายสูตรที่ ๒ ดังต่อไปนี้ .
บทว่า อฏฺสตปริยายํ คือเป็นเหตุ ๑๐๘ บทว่า ธมฺมปริยายํ
คือเหตุแห่งธรรม. ในบทว่า กายิกา จ เจตสิกา จ นี้ เวทนาทางกาย
ย่อมได้ในกามาวจรเท่านั้น. เวทนาทางใจ ก็เป็นไปในภูมิ ๔. สุขเวทนาใน
บทเป็นอาทิว่า สุขา ย่อมไม่มีในอรูปาวจร แต่ย่อมได้ในภูมิ ๓ ที่เหลือ. ทุกขเวทนา จัดเป็นกามาวจร. เวทนานอกนี้ ก็เป็นไปในภูมิ ๔. ในหมวด ๕ สุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์ โทมนัสสินทรีย์ จัดเป็นกามาวจร. โสมนัส สินทรีย์ เป็นไปในภูมิ ๓. อุเบกขินทรีย์ เป็นไปในภูมิ ๔.