แล้วในภพ ผู้ไม่หมกมุ่นแล้วในภพ ผู้รู้ผู้เห็นความดับแห่งภพตามความ เป็นจริง ดูก่อนท่าน แม้ข้อนี้ก็เป็นปริยายให้พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ทรง พยากรณ์ปัญหาข้อนั้นเหมือนกัน.
[๗๘๔] ท่านพระสารีบุตรถามว่า ดูก่อนท่าน ก็ปริยายแม้อื่น ซึ่งเป็นเหตุให้พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ทรงพยากรณ์ปัญหาข้อนั้น พึงมีหรือ ท่านพระมหาโกฏฐิตะตอบว่า พึงมีท่าน คือ ความเห็นว่า สัตว์เบื้องหน้า แต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็ดี ฯลฯ สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็หา มิได้ ย่อมไม่เกิดอีกก็หามิได้ก็ดี ย่อมเกิดมีแก่บุคคลผู้มีอุปาทานเป็นที่มา มิได้ ผู้ยินดีแล้วในอุปาทาน ผู้หมกมุ่นแล้วในอุปาทาน ผู้ไม่รู้ไม่เห็น ความดับแห่งอุปาทาน ตามความเป็นจริง.
[๗๘๕] ดูก่อนท่านผู้มีอายุ ความเห็นว่า สัตว์เบื้องหน้าแต่ตาย แล้วย่อมเกิดอีกก็ดี ฯลฯ สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็หามิได้ ย่อมไม่เกิดอีกก็หามิได้ก็ดี ย่อมไม่เกิดมีแก่บุคคลผู้ไม่มีอุปาทานเป็นที่มา ยินดี ผู้ไม่ยินดีแล้วในอุปาทาน ผู้ไม่หมกมุ่นแล้วในอุปาทาน ผู้รู้ผู้เห็น ความดับแห่งอุปาทานตามความเป็นจริง ดูก่อนท่าน แม้ข้อนี้ก็เป็นปริยาย ให้พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ทรงพยากรณ์ปัญหาข้อนั้น.
[๗๘๖] ท่านพระสารีบุตรถามว่า ดูก่อนท่านผู้มีอายุ ก็ปริยาย แม้อื่นอึก ซึ่งเป็นเหตุให้พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ทรงพยากรณ์ปัญหาข้อนั้น พึงมีหรือ ท่านพระมหาโกฏฐิตะตอบว่า พึงมีท่าน คือ ความเห็นว่าสัตว์ เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อมเกิดอีกก็ดี ฯลฯ สัตว์เบื้องหน้าแต่ตายแล้วย่อม