ย่อมเศร้าโศก ลำบาก ร่ำไร ทุบอกคร่ำครวญย่อมถึงความงมงาย ปุถุชนผู้ ไม่ได้สดับนี้ เรากล่าวว่า ไม่ปรากฏในบาดาล ทั้งหยั่งไม่ถึงอีกด้วย ส่วน อริยสาวกผู้สดับแล้ว ถูกทุกขเวทนาอันเป็นไปในสรีระถูกต้อง ย่อมไม่ เศร้าโศก ไม่ลำบาก ไม่ร่ำไร ไม่ทุบอกคร่ำครวญ ย่อมไม่ถึงความงมงาย ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้สดับแล้วนี้ เรากล่าวว่า ย่อมปรากฏใน บาดาล ทั้งหยั่งถึงอีกด้วย.
[๓๖๖] นรชนใดถูกทุกขเวทนาเหล่านี้ อันเป็นไป
ในสรีระเครื่องนำชีวิตเสีย บังเกิดขึ้น ถูกต้อง
แล้ว อดกลั้นไม่ได้ ย่อมหวั่นไหว เป็นผู้ทุรพล
กำลังน้อย ย่อมคร่ำครวญ ร่ำไร นรชนนั้นย่อม
ไม่ปรากฏในบาดาล ทั้งหยั่งไม่ถึงอีกด้วย ส่วน
นรชนใดถูกทุกขเวทนาเหล่านี้ อันเป็นไปในสรี-
ระ เครื่องนำชีวิต บังเกิดขึ้น ถูกต้อง อดกลั้น
ไว้ได้ ย่อมไม่หวั่นไหว นรชนนั้นแล ย่อม
ปรากฏในบาดาล ทั้งหยั่งถึงอีกด้วย.
จบ ปาตาลสูตรที่ ๔
อรรถกถาปาตาลสุตรที่ ๔
พึงทราบวินิจฉัยในปาตาลสูตรที่ ๔ ดังต่อไปนี้.
บทว่า ปาตาโล ชื่อว่าบาดาล เพราะอรรถว่า อย่าปรารถนา เพื่อตกไป ในที่นี้ ย่อมไม่มีที่อาศัย. บทว่า อสนฺตํ อสํวิชชมานํ ได้แก่