คตสฺส ปหีนํ ความว่า รูปมีประการยังกล่าวแล้ว พระตถาคตผู้สัพพัญญู ละได้แล้ว ด้วยการละตัณหา. บทว่า รูปสํขยา วิมุตฺโตห ความว่า พ้นจาก การรับรองว่าเป็นรูปต่อไป โดยส่วนแห่งรูปและอรูปบ้าง จากการบัญญัติว่า รูป เพราะระงับแม้โวหารว่า จักมีถึงปานนี้ ดังนี้บ้าง. บทว่า คมฺภีโร ได้แก่ลึกเพราะความลึกทางอัธยาศัยด้วย เพราะความลึกทางคุณธรรมด้วย อธิบายว่า เมื่อพระตถาคตผู้ลึกทางคุณธรรมนั้นมีอยู่อย่างนี้. คำว่า เบื้อง หน้าแต่ตายแล้ว ตถาคตกล่าวคือสัตว์นี้ ย่อมมี นี้ ย่อมไม่เหมาะ ย่อม ไม่ควร แม้คำว่า เบื้องหน้าแต่ตายแล้ว ตถาคตย่อมไม่มี เป็นต้น ย่อม ไม่เหมาะย่อมไม่ควร แก่พระตถาคตผู้สัพพัญญู ผู้ทรงเห็นความไม่มีแห่ง บัญญัตินั้น เพราะไม่มีข้อที่เป็นเหตุให้มีบัญญัติว่า ตถาคตกล่าวคือสัตว์ เป็นต้น.
บทว่า สํสนฺทิสฺสติ ได้แก่จักมีอย่างนี้. บทว่า สเมสฺสติ
ได้แก่จักมีติดต่อ. บทว่า น วิหายิสฺสติ ได้แก่จักไม่มีศัพท์ที่ผิดพลาด.
เทศนาว่า อคฺคปทสฺมึ ในที่นี้ ทรงประสงค์บทที่สำคัญ. แต่บทนี้ ตรัสโดยอธิการแห่งอัพยากตธรรม ซึ่งกล่าวไว้พิสดารแล้วในขันธิยวรรค ที่ ๒ นั่นแล.