ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถรคาถา-เถรีคาถา
ฉบับ มมร. · เล่ม ๕๐ · หน้า ๑๕๗ · ข้อ 158
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ด้วยสามารถแห่งน้ำอมฤต คือ พระธรรม วันหนึ่ง ด้วยมีพุทธประสงค์จะทรง อนุเคราะห์ดาบส จึงเสด็จเข้าไปสู่หมู่ไม้สาละนั้น ประทับนั่งแล้ว เข้านิโรธ- สมาบัติ.

ดาบสเดินไปหามูลผลาผลในป่า เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว มีใจ เลื่อมใส ถือเอากิ่งรังซึ่งมีดอกบานสะพรั่งทำเป็นปะรำกิ่งไม้ คลุมปะรำนั้น ทั้งหมด ด้วยดอกรังล้วน ๆ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว ไม่ออกไปหา อาหาร ยืนนมัสการอยู่แล้ว ด้วยอำนาจแห่งปีติและโสมนัสนั้นเอง พระศาสดา เสด็จออกจากนิโรธแล้ว เพื่อจะทรงอนุเคราะห์ดาบสนั้น จึงทรงพระดำริว่า ขอภิกษุสงฆ์จงมา โดยมีพุทธประสงค์ว่า ดาบสจักยังจิตให้เลื่อมใสแม้ในพระ- ภิกษุสงฆ์ ดังนี้. ภิกษุสงฆ์มาแล้วในทันใดนั้นเอง แม้ดาบสเห็นภิกษุสงฆ์แล้ว มีใจเลื่อมใส ไหว้แล้วประคองอัญชลียืนอยู่แล้ว.

พระบรมศาสดา เมื่อจะทรงประกาศสมบัติอันเป็นส่วนของดาบสนั้น โดยทรงอ้างถึงการทำความแย้มให้ปรากฏ ทรงแสดงธรรมแล้วหลีกไปพร้อมด้วย ภิกษุสงฆ์ ด้วยบุญกรรมนั้น เขาท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย สั่งสมกุศลอันเป็นอุปนิสัยแห่งพระนิพพานเป็นอันมาก แล้วบังเกิดในตระกูล พราหมณ์มหาศาล ในพระนครสาวัตถี ในพุทธุปบาทกาลนี้ เขาได้มีนามว่า

นิโครธ. เขาเกิดความเลื่อมใส ด้วยการเห็นพุทธานุภาพ ในวันที่ทรงรับ

พระวิหารเชตวัน บวชแล้วปรารภวิปัสสนา ได้เป็นผู้มีอภิญญา ๖ โดยกาล

ไม่นานเลย. สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า

เราเข้าสู่ป่ารัง สร้างอาศรมอย่างงดงาม มุงบัง

ด้วยดอกรัง ครั้งนั้น เราอยู่ในป่า พระผู้มีพระภาคเจ้า

ผู้เป็นสยัมภู เอกอัครบุคคล ตรัสรู้ด้วยพระองค์เอง

พระนามว่า ปิยทัสสี ทรงพระประสงค์ความสงัด จึง