ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถรคาถา-เถรีคาถา
ฉบับ มมร. · เล่ม ๕๐ · หน้า ๒๓๐ · ข้อ 176
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ท่านกล่าวอธิบายว่า บุรุษผู้ถูกแทงด้วยหอก ย่อมปรารภความเพียร เพื่อถอนหอกออก และทำการเยียวยารักษาแผล คือประกอบความพยายาม เช่นนั้น พากเพียรไป ฉันใด หรือเปรียบเหมือน เมื่อถูกไฟไหนกระหม่อม บุรุษผู้ถูกไหม้ศีรษะ ย่อมเพียรพยายามเพื่อจะดับไฟนั้น คือกระทำความ พยายามเช่นนั้น ฉันใด ภิกษุก็ฉันนั้นเหมือนกัน พึงเป็นผู้มีสติ คือไม่ประมาท เพื่อจะละกามราคะ ได้แก่ พึงเป็นผู้มีความอุสาหะอย่างเหลือเกิน อยู่.

พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อทรงประทานโอวาท เพื่อความเข้าไปสงบ ระงับความโกรธและความคับแค้น แก่พระเถระนั้นอย่างนี้แล้ว ทรงยังเทศนา ให้จบลง ด้วยอดคือการละกามราคะ เพราะตั้งอยู่ในฐานอันเดียวกัน. พระ เถระฟังพระคาถานั้นแล้ว เป็นผู้มีใจสังเวช หมั่นขวนขวายในวิปัสสนาอยู่แล้ว. พระศาสดาทรงทราบอัธยาศัยของท่านแล้ว ทรงแสดงติสสเถรสูตร ในสัง-

ยุตตกนิกาย. ในเวลาจบเทศนา พระเถระดำรงอยู่ในพระอรหัตผลแล้ว. สม

ด้วยคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ ในอปทานว่า

เราเสวยยศทั้งสองอย่าง ในเทวโลกและมนุษย-

โลก ในอวสาน เราได้บรรลุศิวโมกข์มหานฤพานอัน

ยอดเยี่ยม บุรุษใดประสบบุญ เพราะเจาะจงพระสัมมา-

สัมพุทธเจ้า หรือโพธิพฤกษ์ ของพระศาสดาพระองค์

นั้น สำหรับบุรุษเช่นนั้น สิ่งอะไรเล่าที่เขาจะหาได้

ยาก เขาย่อมเป็นผู้ยิ่งใหญ่กว่าคนอื่น ๆ ในเพราะ

มรรคผลนิกายเป็นที่มา และคุณคือฌานและอภิญญา

ไม่มีอาสวะ ย่อมปรินิพพาน. เมื่อก่อนเรามีใจยินดี

เก็บเอาใบโพธิ์ไปทิ้ง จึงเป็นผู้เพรียบพร้อม ด้วยองค์