ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถรคาถา-เถรีคาถา
ฉบับ มมร. · เล่ม ๕๐ · หน้า ๒๓๙ · ข้อ 179
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

บอกความพอใจในบรรพชาของตน. ภิกษุทั้งหลายให้บรรพชาแล้ว พอเขา

อายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ ก็ให้อุปสมบท แนะนำกรรมฐาน. ท่านเรียน กรรมฐานแล้วเข้าไปสู่ป่าไม้ตะเคียน คิดว่า เราบรรลุพระอรหัตแล้ว จึงจะเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า และพบพระธรรมเสนาบดี ดังนี้แล้ว เพียร- พยายามอยู่ ได้เป็นผู้มีอภิญญา ๖ ต่อกาลไม่นานนัก เพราะมีญาณถึงความ

แก่รอบ. สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า

แม่น้ำคงคา ชื่อภาคีรถี เกิดแต่ประเทศหิมวันต์

เราเป็นนายเรืออยู่ที่ท่าอันขรุขระ ข้ามส่งคนจากฝั่งนี้

ไปฝั่งโน้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงพระนามว่า

ปทุมุตตระ ผู้เป็นนายกของโลก สูงสุดกว่าสรรพสัตว์

กับพระขีณาสพหนึ่งแสน จักข้ามกระแสแม่น้ำคงคา

เรานำเรือมารวมไว้เป็นอันมาก แล้วทำประทุนเรือที่

นายช่างตกแต่งเป็นอันดี ไว้ต้อนรับพระนราสภ ก็

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จมาแล้ว เสด็จขึ้นเรือ พระ-

ศาสดาประทับยืนอยู่ท่ามกลางวารี ได้ตรัสพระคาถา

เหล่านี้ว่า ผู้ใดข้ามส่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และ

พระสงฆ์ผู้ไม่มีอาสวะ ผู้นั้นจักรื่นรมย์อยู่ในเทวโลก

ด้วยจิตอันเลื่อมใสนั้น วิมานอันบุญกรรมทำไว้อย่าง

สวยงาม มีสัณฐานดังเรือจักเกิดแต่ท่าน หลังคาดอกไม้

จักกั้นอยู่บนอากาศทุกเมื่อ ในกัปที่ ๕๘ ผู้นี้จักได้เป็น

กษัตริย์ พระนามว่า ตารกะ จักเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ

ทรงครอบครองแผ่นดิน มีสมุทร ๔ เป็นขอบเขต ใน

กัปที่ ๕๗ จักได้เป็นกษัตริย์ พระนามว่า จัมมกะ