ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถรคาถา-เถรีคาถา
ฉบับ มมร. · เล่ม ๕๐ · หน้า ๒๔๐ · ข้อ 179
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ทรงพระกำลังมาก จักรุ่งเรือง ดังพระอาทิตย์อุทัย

ฉะนั้นในกัปที่แสน พระศาสดาทรงพระนามว่า โคดม

โดยพระโคตร ซึ่งสมภพในวงศ์พระเจ้าโอกากราช

จักเสด็จอุบัติในโลก ผู้นี้เคลื่อนจากไตรทศแล้ว จัก

ถึงความเป็นมนุษย์ จักเป็นบุตรแห่งพราหมณ์ มีนาม

ชื่อว่าเรวตะ อันกุศลมูลตักเตือนแล้ว จักออกจากเรือน

บวชในศาสนาของพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงพระนาม

ว่า โคดม ภายหลังเขาบวชแล้ว จักประกอบความเพียร

เจริญวิปัสสนา กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว จักไม่มี

อาสวะ นิพพาน เรามีความเพียรอันนำไปซึ่งธุระ อัน

นำมาซึ่งธรรมเป็นแดนเกษมจากโยคะ เราทรงกายอัน

มีในที่สุด ในศาสนาแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กรรม

ที่เราทำไว้ในแสนแห่งกัป แสดงผลแก่เราในชาตินี้

ช่วยเผากิเลสของเราให้ไหม้ ดุจลูกศรที่พ้นจากแล่ง

ไปอย่างรวดเร็ว ลำดับนั้น พระมุนีผู้เป็นมหาปราชญ์

รู้ที่สุดแห่งโลก เห็นเรายินดีแล้วในป่า จึงทรงแต่งตั้ง

เราเป็นยอดแห่งภิกษุผู้อยู่ป่า เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว

คำสอน ของพระพุทธเจ้า เราทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.

ก็พระเถระได้อภิญญา ๖ แล้ว จัดเก็บเสนาสนะ ถือบาตรจีวรไปเพื่อ จะเฝ้าพระศาสดาและพบพระธรรมเสนาบดี ถึงพระนครสาวัตถี โดยลำดับ เข้าไปสู่พระเชตวันวิหารแล้ว ถวายบังคมพระบรมศาสดา และไหว้พระธรรม เสนาบดีแล้ว อยู่ในพระเชตวันวิหาร สิ้นวันเล็กน้อย.