มนสิการอยู่โดยนัยมีอาทิว่า อนิจจัง เที่ยวไปบิณฑบาต กระทำภัตกิจเสร็จ แล้ว นั่งในที่พักกลางวัน เจริญวิปัสสนา บรรลุพระอรหัตแล้ว. สมดังคาถา ประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ ในอปทานว่า
ในกาลนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงพระนามว่า
วิปัสสี เชษฐบุรุษของโลก เป็นพระผู้องอาจ กับภิกษุ
สงฆ์ ๖๘,๐๐๐ เสด็จเข้าไปสู่พันธุมวิหาร เราออกจาก
นครแล้ว ได้ไปที่ทีปเจดีย์ ได้เห็นพระพุทธเจ้าผู้
ปราศจากธุลี สมควรรับเครื่องบูชา พวกยักษ์ในสำนัก
ของเรา มีประมาณ ๘๔,๐๐๐ บำรุงเราโดยเคารพ
ดังหมู่เทวดาชาวไตรทศ บำรุงพระอินทร์ โดยเคารพ
ฉะนั้น เวลานั้น เราถือผ้าทิพย์ออกจากที่อยู่ไปอภิวาท
ด้วยเศียรเกล้า และได้ถวายผ้าทิพย์นั้น แด่พระพุทธ-
เจ้า โอพระพุทธเจ้า โอพระธรรม โอความถึงพร้อม
แห่งพระศาสดาหนอ ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้า
แผ่นดินนี้ หวั่นไหว เราเห็นความอัศจรรย์ อันไม่
เคยมี ชวนให้ขนพองสยองเกล้า นั้นแล้ว จึงยังจิตให้
เลื่อมใส ในพระพุทธเจ้า ผู้เป็นจอมมนุษย์ ผู้คงที่
ครั้งนั้น เรายังจิตให้เลื่อมใส และถวายผ้าทิพย์ แด่
พระศาสดาแล้ว พร้อมทั้งอำมาตย์ และบริวารชน
ยอมนับถือพระพุทธเจ้าเป็นสมณะ ในกัปที่ ๙๑ แต่
ภัทรกัปนี้ เราได้ทำกรรมใดในกาลนั้น ด้วยกรรม
นั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งพุทธบูชา ใน