ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถรคาถา-เถรีคาถา
ฉบับ มมร. · เล่ม ๕๐ · หน้า ๓๒๑ · ข้อ 200
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

กัปที่ ๑๕ แต่ภัทรกัปนี้ ได้มีพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๖

พระองค์ มีพระนามว่า วาหนะ ทรงสมบูรณ์ด้วยแก้ว

๗ ประการ มีพลมาก เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯ ล ฯ

คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.

ก็พระอรหัตผล ที่พระเถระ ผู้บรรลุพระอรหัต กระทำสังเวควัตถุ ใดแล ให้เป็นขอสับ แล้วเจริญวิปัสสนา บรรลุแล้ว พระเถระเมื่อพยากรณ์ พระอรหัตผล โดยมุขคือการประกาศสังเวควัตถุนั้น จึงได้กล่าวคาถาว่า

เหยี่ยวทั้งหลายโฉบลง ชิ้นเนื้อหลุดจากปากของ

เหยี่ยวตัวหนึ่ง ตกลงพื้นดิน และเหยี่ยวอีกพวกหนึ่ง

มาคาบ เอาไว้อีก ฉันใด สัตว์ทั้งหลายผู้หมุนเวียนไป

ในสงสาร ก็ฉันนั้น เคลื่อนจากกุศลธรรมแล้ว ไป

ตกในนรกเป็นต้น ความสุขย่อมติดตามเราผู้สำเร็จกิจ

แล้วผู้ยินดีต่อนิพพาน ด้วยความสุข ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า จุตา แปลว่า หลุดแล้ว. บทว่า ปตนฺติ แปลว่า โฉบลง. บทว่า ปติตา ความว่า ชิ้นเนื้อตกลงที่พื้นดิน ด้วยสามารถ แห่งการพลัดหล่น หรือตกลง ด้วยสามารถแห่งการหลุดร่วงไปในอากาศ. บทว่า คิทฺธา ความว่า ถึงความยินดี. บทว่า ปุนราคตา ความว่า เข้า

มาคาบไปอีก. พึงประกอบ จ ศัพท์ควบไปด้วยทุก ๆ บท มีคำอธิบายว่า

เหยี่ยวทั้งหลายในที่นี้ โฉบลงและร่อนลง และชิ้นเนื้อก็หลุดจากปากของเหยี่ยว นอกนี้ ก็ชิ้นเนื้อที่หลุดแล้ว ก็ตกลงไปที่พื้นดิน เหยี่ยวทั้งหลาย อยากได้ชิ้น เนื้อ (ถึงความอยาก) เหยี่ยวทั้งหมดนั่นแหละ จึงมารุมคาบเอาไปอีก. ก็ เหยี่ยวเหล่านี้ มีอุปมาฉันใด เหล่าสัตว์ที่หมุนไปในสงสาร ก็ฉันนั้น สัตว์