[๒๒๒๔] ฝ่ายขัตติยราชกุมาร ได้ทอดพระเนตร
เห็นพระฤาษีจมลงไปในมหรรณพ จึงได้ตรัสพระคาถา
เหล่านี้ ด้วยความอนุเคราะห์ต่อพระฤาษีนั้น ความว่า
[๒๒๒๕] ตัวท่านเองมาด้วยฤทธิ์ บนน้ำอันไม่
แตกแยก ครั้นถึงความระคนด้วยสตรีแล้ว ต้องจมลง
ในมหรรณพ ธรรมดาสตรีมีปกติหมุนเวียน มีมายา
มาก มักทำพรหมจรรย์ให้กำเริบ ย่อมทำนักพรตให้
จมลง ท่านรู้แจ้งฉะนี้แล้ว พึงเว้นเสียให้ห่างไกล
สตรีทั้งหลาย มีวาจาไพเราะ เจรจานุ่มนวล ถมไม่รู้
จักเต็ม เหมือนกับนทีธาร ย่อมยังนักพรตให้จมลง
ท่านรู้แจ้งฉะนี้แล้ว พึงเว้นเสียให้ห่างไกล สตรี
ทั้งหลายย่อมเข้าไปซ่องเสพบุรุษใด ด้วยความพอใจ
หรือด้วยทรัพย์ก็ตาม ย่อมพลันตามเผาผลาญบุรุษนั้น
เหมือนไฟป่าเผาสถานที่ตนเอง ฉะนั้น.
[๒๒๒๖] ความเบื่อหน่ายได้เกิดมีแก่ฤาษี เพราะ
ได้ฟังถ้อยคำของขัตติยราชกุมาร ฤาษีนั้นกลับได้ทาง
อันมีมาก่อน แล้วเหาะขึ้นไปยังเวหาส.
[๒๒๒๗] ฝ่ายขัตติยราชกุมารผู้ทรงพระปรีชา
ได้ทอดพระเนตรเห็นพระฤาษี กำลังเหาะไปยังเวหาส
จึงได้ความสลดจิต น้อมพระทัยสู่การบรรพชา ต่อ
แต่นั้น ขัตติยราชกุมารก็ทรงบรรพชา สำรอกกาม