พระราชา และราชปุโรหิต พูดว่า ดีละ พวกเจ้าพูดได้เหตุผล แล้ว หลีกไปเสีย ต่อมาในระหว่างทาง ฝูงกากำลังเอาจะงอยปากจิกกินกบทั้งหลายอยู่ ณ สระแห้งแห่งหนึ่ง เมื่อพระราชา และราชปุโรหิตมาถึงที่นั้น พระโพธิสัตว์ จึงบันดาลให้กบทั้งหลาย แช่งด่าพระราชาด้วยอานุภาพของตน (เป็นคาถา) ความว่า
ขอให้พระเจ้าปัญจาลราช พร้อมด้วยพระราช
โอรส จงถูกประหารในสนามรบ ให้ฝูงการุมจิกกิน
เหมือนเราผู้เกิดในป่า ถูกฝูงกาชาวบ้านจิกกินในวันนี้
ฉะนั้น.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า คามเกหิ ได้แก่ กาที่อยู่ในบ้าน.
ราชปุโรหิตได้ยินดังนั้น เมื่อจะสนทนากับพวกกบ จึงกล่าวคาถา ความว่า
เฮ้ย ! กบ พระราชาทั้งหลายในมนุษยโลก จะ
ทรงจัดการพิทักษ์รักษาสัตว์ทั่วไปไม่ได้อยู่เอง พระ
ราชามิได้เป็นอธรรมจารีบุคคล ด้วยเหตุที่ฝูงกากินสัตว์
เป็นเช่นพวกเจ้า เท่านั้น.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ชีวํ ได้แก่สัตว์ที่ยังมีชีวิต. บทว่า อเทยฺยุํ แปลว่า พึงเคี้ยวกิน. บทว่า ธงฺกา ได้แก่ กาทั้งหลาย. อธิบายว่า กา ทั้งหลายพึงเคี้ยวกินสัตว์มีชีวิต ด้วยเหตุเพียงใด ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ พระ ราชาจะชื่อว่าไม่เป็นผู้ประพฤติธรรมหาได้ไม่ พระราชาจักสามารถเข้าไปยังป่า เที่ยวรักษาเจ้าได้อย่างไร ?