อินทริยยมก อดีตและอนาคต: เคยมีครบ แต่ข้างหน้าไม่เหมือนกัน
ศึกษาเชิงลึก

อินทริยยมก อดีตและอนาคต: เคยมีครบ แต่ข้างหน้าไม่เหมือนกัน

ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ

เมื่อถามเป็นกาลอดีตตามตัวบุคคล คู่อินทรีย์ที่คัมภีร์ถามตอบว่าถูกแล้วทั้งหมด รวมทั้งความเป็นหญิงและความเป็นชาย แต่เมื่อถามเป็นกาลอนาคต คำตอบเริ่มแยกคน ผู้ที่ใกล้ปรินิพพานจะไม่มีอินทรีย์บางอย่างเกิดอีก

๗ ข้อ

ในอินทริยยมก ยมกปกรณ์ พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๓๙ ส่วนปวัตติวารเป็นส่วนที่ยาวที่สุด ถามว่าอินทรีย์หนึ่งเกิดขึ้นแก่ผู้ใด อินทรีย์อีกอย่างเกิดขึ้นแก่ผู้นั้นด้วยหรือไม่ โดยถามครบหกกาล คือ ปัจจุบัน อดีต อนาคต ปัจจุบันกับอดีต ปัจจุบันกับอนาคต และอดีตกับอนาคต แต่ละกาลแยกถามตามบุคคล ตามภูมิ และตามบุคคลกับภูมิรวมกัน ทั้งฝ่ายรับและฝ่ายปฏิเสธ

หน้านี้เลือกดูกาลที่เห็นภาพชัดที่สุด คืออตีตวาร (เคยเกิดขึ้นแล้ว) อนาคตวาร (จักเกิดขึ้น) และช่วงอดีตผสมอนาคต คำตอบของกาลเหล่านี้ต่างกันอย่างน่าสังเกต

ในกาลอดีต คำตอบของคู่ที่ถามตามบุคคลคือถูกแล้ว ส่วนในกาลอนาคต คัมภีร์ต้องแยกคนเป็นกลุ่ม ตามว่าจะไปเกิดที่ใดและจะปรินิพพานเมื่อใด

ข้อนี้มีไว้เพื่อความเข้าใจภาพรวม ตัวอย่างคัดเฉพาะคำตอบที่เข้าใจง่าย

  1. ๑

    ในอดีต ทุกคนเคยมีครบ ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส โสตินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ

    อตีตวารถามว่า จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด โสตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ ตอบว่าถูกแล้ว คู่ฆานินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ อุเปกขินทรีย์ สัทธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ และมนินทรีย์ ก็ตอบถูกแล้วทั้งสองทิศ ต่างจากกาลปัจจุบันที่ต้องแยกผู้มีตากับผู้ไม่มีตา คำตอบนี้สอดคล้องกับที่พระสูตรกล่าวว่าสังสารวัฏมีเบื้องต้นที่รู้ไม่ได้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อเห็นใครมีจุดอ่อน ลองนึกว่าเราเองก็อาจเคยเป็นอย่างนั้นมาแล้ว ความคิดนี้ช่วยลดการดูถูกและเพิ่มความเห็นใจ

  2. ๒

    เคยเป็นทั้งหญิงและชาย ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ ตสฺส อิตฺถินฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถาติ

    คัมภีร์ถามว่า จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด อิตถินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้นหรือ ตอบว่าถูกแล้ว คู่ปุริสินทรีย์ก็ตอบว่าถูกแล้ว หมายความว่าสัตว์ที่เคยมีตา เคยมีทั้งความเป็นหญิงและความเป็นชายมาแล้ว

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อรู้สึกมีอคติต่อเพศใด ลองนึกว่าตามคำตอบนี้ เราเองก็เคยเป็นมาแล้วทั้งสองแบบ ความเป็นหญิงหรือชายเป็นสภาพชั่วคราว ไม่ใช่ตัวตนถาวร

  3. ๓

    แยกตามภูมิแล้ว คำตอบเปลี่ยน รูปาวจเร ตตฺถ จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิตฺถ

    เมื่อถามตามภูมิว่า จักขุนทรีย์เคยเกิดขึ้นในภูมิใด ฆานินทรีย์เคยเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ คำตอบคือ ในรูปาวจรภูมิ จักขุนทรีย์เคยเกิด แต่ฆานินทรีย์ไม่เคย ในกามาวจรภูมิเคยเกิดทั้งสอง สิ่งที่จริงเมื่อถามตามบุคคล ไม่จำเป็นต้องจริงเมื่อถามตามภูมิ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    คำถามเดียวกัน ถ้าเปลี่ยนมุมจาก "ใคร" เป็น "ที่ไหน" คำตอบอาจเปลี่ยน เวลาวิเคราะห์ปัญหา ลองถามทั้งสองมุม

  4. ๔

    อนาคตเริ่มแยกคน เย รูปาวจรํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ

    อนาคตวารถามว่า จักขุนทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ คำตอบคือ สัตว์ที่จะไปเกิดในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน จักขุนทรีย์จักเกิด แต่ฆานินทรีย์จักไม่เกิด ส่วนสัตว์อื่นจักเกิดทั้งสอง และในคู่ชีวิตินทรีย์กับจักขุนทรีย์ สัตว์ที่จะไปเกิดในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน ชีวิตินทรีย์จักเกิด แต่จักขุนทรีย์จักไม่เกิด

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    อดีตของทุกคนคล้ายกัน แต่อนาคตขึ้นกับทางที่เลือกเดิน การดูทางข้างหน้าของตัวเองมีประโยชน์กว่าการเทียบอดีตกับคนอื่น

  5. ๕

    เป็นเพศเดิมไปจนปรินิพพาน เอเตเนว ภาเวน

    ในคู่จักขุนทรีย์กับอิตถินทรีย์ในกาลอนาคต คัมภีร์ตอบว่า ผู้ที่จะไปเกิดในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน และบุรุษที่จะเกิดในภาวะบุรุษนั้นอีกเพียงไม่กี่ภพแล้วปรินิพพาน อิตถินทรีย์จักไม่เกิดแก่ผู้นั้นอีก ในทางกลับกัน สตรีที่จะเกิดในภาวะสตรีนั้นอีกไม่กี่ภพแล้วปรินิพพาน ปุริสินทรีย์ก็จักไม่เกิดอีก

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เพศไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการบรรลุธรรม คัมภีร์พูดถึงทั้งหญิงและชายที่จะปรินิพพานในเพศของตน

  6. ๖

    จิตดวงสุดท้าย: ไม่มีอะไรจะเกิดต่อ ปจฺฉิมจิตฺตสมงฺคีนํ

    ในช่วงอดีตผสมอนาคต คัมภีร์ถามว่า ชีวิตินทรีย์เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด สัทธินทรีย์จักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ คำตอบคือ ผู้พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ชีวิตินทรีย์เคยเกิดแล้ว แต่สัทธินทรีย์จักไม่เกิดขึ้นอีก ส่วนสัตว์อื่นนอกนั้นยังจักเกิด ตามคำอธิบายชั้นอรรถกถา ปัจฉิมจิตคือจิตดวงสุดท้ายของพระอรหันต์ก่อนปรินิพพาน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ทุกอย่างที่เคยเกิดมีจุดสิ้นสุด ความเข้าใจข้อนี้ช่วยให้ไม่ยึดสิ่งที่มีอยู่ตอนนี้ว่าจะอยู่ไปตลอด

  7. ๗

    ทำไมต้องถามครบทุกกาล ยสฺส จกฺขุนฺทฺริยํ อุปฺปชฺชิสฺสติ

    คำถามคู่เดียวกัน เมื่อเปลี่ยนกาล คำตอบเปลี่ยนไปหมด ในอดีตตอบถูกแล้ว ในปัจจุบันต้องแยกผู้ที่มีกับไม่มีอายตนะ ในอนาคตต้องแยกตามว่าใครจะไปเกิดที่ใดและจะปรินิพพานเมื่อใด การถามครบทุกกาลจึงป้องกันไม่ให้เอาคำตอบของกาลหนึ่งไปใช้กับอีกกาลหนึ่ง ข้อนี้มีไว้เพื่อความเข้าใจภาพรวม

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เวลาพูดว่า "เขาเป็นคนขี้โกรธ" ลองถามตัวเองว่าหมายถึงเคย กำลัง หรือจะเป็นตลอดไป คำว่าเคย กำลัง และจะ ให้ความหมายต่างกันมาก

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

คำตอบฝั่งอดีตชวนให้ถ่อมตน ถ้าย้อนไปไกลพอ ทุกคนเคยผ่านสภาพต่าง ๆ มาแล้วเหมือนกัน รวมทั้งความเป็นหญิงและชาย การดูถูกใครเพราะสภาพที่เขาเป็นตอนนี้ จึงเหมือนดูถูกสิ่งที่เราเองก็เคยเป็น

คำตอบฝั่งอนาคตกลับแยกคนออกจากกัน อนาคตขึ้นกับทางที่แต่ละคนเดิน ไม่ได้ถูกกำหนดจากอดีตเพียงอย่างเดียว

เมื่อพูดถึงตัวเองหรือคนอื่น ลองแยกคำว่า "เคย" "กำลัง" และ "จะ" ให้ชัด คนที่เคยผิดพลาดไม่จำเป็นต้องกำลังผิดพลาด และไม่จำเป็นต้องผิดพลาดต่อไป

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

ชตุกัณณีมาณวกปัญหานิทเทส: เผาสิ่งที่ผ่านมา ไม่ก่อสิ่งที่ยังไม่มา

ชตุกณฺณีมาณวกปญฺหานิทฺเทโส

ชตุกัณณีขอให้ตรัสบอกทางแห่งความสงบ คำตอบสั้นมาก คือกำจัดความกำหนัดในกาม เผาสิ่งที่มีมาก่อนให้เหือดแห้ง อย่าให้…

มหานามศากยะกับเนยใสที่ขอให้รอ: เมื่อความแค้นแฝงมาในรูปคำขอ

อชฺชุโณฺห ภนฺเต อาคเมถ

มหานามศากยะปวารณาถวายยาแก่สงฆ์ตลอดสี่เดือน ต่ออีกสี่เดือน และตลอดชีวิต ภิกษุส่วนใหญ่ขอเพียงเล็กน้อย แต่พระฉัพพ…

ธรรมยมก: เจริญกุศลกับละอกุศลคือเรื่องเดียวกัน

โย กุสลํ ธมฺมํ ภาเวติ โส อกุสลํ ธมฺมํ ปชหตีติ

ธรรมยมกถามเรื่องกุศล อกุศล และอัพยากตะ ว่าเกิดร่วมกันหรือไม่ ในภูมิใด แล้วปิดท้ายด้วยภาวนาวารเพียงสี่คำถาม ซึ่…

ภิกษุพวกพระอัสสชิและพระปุนัพพสุกะ: ประจบชาวบ้านจนศรัทธาเสื่อม

กุลทูสโก ปาปสมาจาโร

ภิกษุเจ้าถิ่นที่กิฏาคีรีปลูกดอกไม้ ร้อยมาลัยให้คนในสกุลต่าง ๆ และประพฤติไม่สมควรอีกมาก ชาวบ้านจึงชอบพระที่พูดห…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้