พรหมวิหาร ๔
ใช้ในชีวิตประจำวัน

พรหมวิหาร ๔

จตฺตาโร พฺรหฺมวิหารา

ธรรมประจำใจของผู้ใหญ่ ๔ ข้อ — เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ใช้ตัดสินใจได้ทันทีว่าควรวางใจอย่างไรกับคนตรงหน้า

๔ ข้อ

พรหมวิหาร ๔ คือธรรมเครื่องอยู่ของใจที่ประเสริฐ เป็นท่าทีที่ควรมีต่อผู้อื่นในทุกสถานการณ์ ได้แก่ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา

วิธีใช้ที่ง่ายที่สุดคือดูว่าคนตรงหน้าอยู่ในสถานะไหน — อยู่ดีตามปกติให้ใช้เมตตา กำลังลำบากให้ใช้กรุณา กำลังได้ดีให้ใช้มุทิตา และเมื่อสุดวิสัยที่จะช่วยได้แล้วให้ใช้อุเบกขา ทั้ง ๔ ข้อจึงครอบคลุมทุกคนที่เราเจอโดยไม่มีช่องว่าง

  1. ๑

    เมตตา — ความปรารถนาให้เป็นสุข เมตฺตา

    ความรู้สึกเป็นมิตร อยากให้ผู้อื่นมีความสุข โดยไม่เลือกว่าเป็นใคร ทรงเปรียบไว้ในกรณียเมตตสูตรว่าเหมือนมารดาถนอมบุตรคนเดียวของตนแม้ด้วยชีวิต

    ข้าศึกของเมตตาคือความพยาบาท ส่วนศัตรูใกล้ตัวที่คนมักเข้าใจผิดคือความรักเชิงยึดติดที่หวังผลตอบแทน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เริ่มวันด้วยการแผ่เมตตาให้คนที่จะต้องเจอวันนี้ รวมถึงคนที่เราหงุดหงิดด้วย ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาที แต่เปลี่ยนน้ำเสียงที่เราใช้กับเขาได้จริง

  2. ๒

    กรุณา — ความอยากช่วยให้พ้นทุกข์ กรุณา

    ความหวั่นใจเมื่อเห็นผู้อื่นตกทุกข์ แล้วลงมือช่วยเท่าที่ทำได้ ไม่ใช่แค่สงสารอยู่เฉย ๆ

    ข้าศึกของกรุณาคือความเบียดเบียน ส่วนศัตรูใกล้ตัวคือความเศร้าโศกตามไปด้วยจนช่วยอะไรไม่ได้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เวลามีคนมาระบายให้ฟัง ให้ถามว่า “อยากให้ช่วยอะไรไหม หรืออยากให้ฟังเฉย ๆ” คำถามเดียวนี้ทำให้ความช่วยเหลือของเราตรงกับสิ่งที่เขาต้องการจริง ๆ

  3. ๓

    มุทิตา — ความยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี มุทิตา

    ความพลอยยินดีเมื่อเห็นผู้อื่นมีความสุขหรือประสบความสำเร็จ เป็นข้อที่ฝึกยากที่สุดสำหรับหลายคน เพราะสวนทางกับความอิจฉาที่เกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ

    ข้าศึกของมุทิตาคือความริษยา ส่วนศัตรูใกล้ตัวคือความดีใจเพราะหวังว่าตัวเองจะได้ประโยชน์ด้วย

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เวลาเห็นข่าวดีของคนอื่นในโซเชียลแล้วใจแอบแฝบ ให้ลองพิมพ์แสดงความยินดีสั้น ๆ จริงใจสักหนึ่งประโยค การลงมือแสดงออกช่วยพลิกใจได้เร็วกว่าการนั่งห้ามความรู้สึกเฉย ๆ

  4. ๔

    อุเบกขา — ความวางใจเป็นกลาง อุเปกฺขา

    ความวางใจเป็นกลางเมื่อถึงคราวที่ช่วยไม่ได้แล้ว เพราะเข้าใจว่าแต่ละคนมีกรรมเป็นของตน ไม่ใช่ความเย็นชาหรือการปล่อยปละละเลย

    ข้าศึกของอุเบกขาคือความลำเอียงเข้าข้าง ส่วนศัตรูใกล้ตัวคือความเฉยเมยเพราะไม่ใส่ใจ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ใช้กับเรื่องที่พยายามเต็มที่แล้วแต่ยังไม่ดีขึ้น เช่น คนที่เราเตือนแล้วเตือนอีกแต่เขาไม่เปลี่ยน บอกตัวเองว่า “เราทำส่วนของเราแล้ว ที่เหลือเป็นเรื่องของเขา” แล้ววางลง ไม่ต้องแบกต่อ

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

ลองใช้พรหมวิหารเป็นเช็กลิสต์เวลารู้สึกขุ่นกับใคร ถามว่าเขาอยู่สถานะไหน แล้ววางใจให้ตรงข้อ ความขุ่นส่วนใหญ่เกิดจากการใช้ผิดข้อ เช่น ใช้ความคาดหวังกับคนที่กำลังลำบาก หรือเทียบตัวเองกับคนที่กำลังได้ดี

อีกจุดที่คนมักลืมคือ พรหมวิหารเริ่มที่ตัวเองได้ด้วย ถ้ายังเมตตาตัวเองไม่เป็น การเมตตาคนอื่นก็มักกลายเป็นการฝืนใจที่อยู่ได้ไม่นาน

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

เถรคาถาของผู้เริ่มจากที่ต่ำ: คุณค่าที่ไม่ได้มาจากกำเนิด

ตเปน พฺรหฺมจริเยน สญฺญเมน ทเมน จ

คาถาของพระเถระที่เคยถูกมองต่ำ ทั้งพระสุนีตะอดีตคนเทดอกไม้ พระจูฬปันถกะผู้เรียนช้าจนพี่ชายไล่กลับบ้าน พระโสปากะ…

พระหัตถกะและพระฉัพพัคคีย์: ต้นบัญญัติห้ามพูดเท็จและส่อเสียด

หตฺถโก สกฺยปุตฺโต

พระหัตถกะเถียงกับนักบวชลัทธิอื่นแบบเอาชนะทุกวิธี ปฏิเสธแล้วรับ รับแล้วปฏิเสธ และนัดแล้วผิดนัด ส่วนพระฉัพพัคคีย…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้