อุปาลีเถราปทาน: จากความถือตัวสู่ผู้เลิศทางวินัย
ใช้ในชีวิตประจำวัน

อุปาลีเถราปทาน: จากความถือตัวสู่ผู้เลิศทางวินัย

อุปาลิตฺเถราปทานํ

อดีตชาติของพระอุบาลีตามคัมภีร์อปทาน ตั้งแต่พราหมณ์ผู้ถือตัว เจ้าชายผู้เมาในชาติกำเนิดที่ไสช้างเข้าหาพระปัจเจกพุทธเจ้า จนถึงช่างกัลบกของเจ้าศากยะที่ได้เป็นผู้เลิศทางพระวินัย ชาติกำเนิดไม่ได้กำหนดขอบเขตของการบรรลุธรรม

๘ ข้อ

ในคัมภีร์อปทาน ขุททกนิกาย มีอปทานของพระอุบาลีอยู่สองแห่ง แห่งแรกอยู่ในพุทธวรรค เป็นเรื่องยาว แห่งที่สองเป็นเรื่องแรกของอุปาลีวรรค อปทานเป็นคัมภีร์ที่รวบรวมคาถาซึ่งพระพุทธเจ้าและพระสาวกเล่าถึงกรรมในอดีตชาติ นักวิชาการส่วนใหญ่ถือว่าเป็นคัมภีร์ชั้นหลังในพระไตรปิฎก ส่วนจารีตเถรวาทนับเป็นส่วนหนึ่งของขุททกนิกาย

ในอปทานแห่งแรก พระอุบาลีเล่าว่า ครั้งพระปทุมุตรพุทธเจ้า ท่านเป็นพราหมณ์ชื่อสุชาตะ มีทรัพย์มากและถือตัวจนไม่เห็นใครควรบูชา ต่อมาได้เห็นภิกษุรูปหนึ่งได้รับการตั้งไว้เป็นเลิศทางวินัย จึงปรารถนาฐานะนั้น และสร้างสังฆารามชื่อโสภณถวาย ท่านยังเล่าว่าเคยเกิดเป็นเจ้าชายจันทนะผู้เมาในชาติกำเนิด ไสช้างเข้าหาพระปัจเจกพุทธเจ้าชื่อเทวละ และกล่าวว่าเพราะกรรมนั้นท่านจึงเกิดในกำเนิดต่ำ คือเป็นช่างกัลบกผู้ทำความยินดีให้แก่เจ้าศากยะ

อปทานแห่งที่สองเล่าว่า ท่านเคยเป็นนักบวชนุ่งหนังสัตว์ สรรเสริญพระญาณของพระปทุมุตรพุทธเจ้าด้วยอุปมา และได้รับพยากรณ์ว่า แม้จะเกิดมามีชาติต่ำ ก็จะได้ชื่อว่าอุบาลี บวชแล้วสิ้นอาสวะ และได้รับการตั้งเป็นเอตทัคคะทางพระวินัย คำอธิบายเรื่องกำเนิดในคาถาสะท้อนความคิดเรื่องชนชั้นของยุคนั้น แต่สิ่งที่คาถาเน้นคือท่านก้าวพ้นชาติกำเนิดนั้นไปได้

  1. ๑

    พราหมณ์ผู้ไม่เห็นใครควรบูชา ปูชารหํ น ปสฺสามิ มานถทฺโธ อหํ ตทา

    ครั้งพระปทุมุตรพุทธเจ้า ท่านเป็นพราหมณ์สุชาตะแห่งนครหังสวดี เรียนจบไตรเพท มีคนมากมายบูชา แต่ท่านไม่บูชาใคร เพราะไม่เห็นใครควรบูชา ท่านยอมรับเองว่าตอนนั้นมีมานะจัด

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อรู้สึกว่าไม่มีใครน่าเรียนรู้ด้วย ให้ถือเป็นสัญญาณเตือนว่ามานะกำลังบังตา ลองหาข้อดีหนึ่งข้อของคนรอบตัวทุกวัน

  2. ๒

    เปลี่ยนความชื่นชมเป็นความปรารถนาดี วินเย อคฺคนิกฺขิตฺโต

    เมื่อพราหมณ์สุชาตะเห็นภิกษุรูปหนึ่งผู้ชำนาญบาลี ได้รับการตั้งไว้เป็นเลิศทางวินัย จึงปรารถนาจะได้ฐานะนั้นบ้าง แล้วใช้ทรัพย์ซื้ออารามโสภณสร้างเป็นสังฆาราม มีกุฏี เรือนไฟ ห้องอาบน้ำ เตียงตั่ง เภสัช คนเฝ้าอาราม และกำแพงป้องกันไม่ให้ใครมาเบียดเบียนพระสงฆ์

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อเห็นคนที่เก่งในสิ่งที่เราอยากเป็น ให้เปลี่ยนความอิจฉาเป็นแผนฝึก และเริ่มจากการสนับสนุนชุมชนที่ฝึกเรื่องนั้นอยู่

  3. ๓

    เจ้าชายผู้เมาในชาติกำเนิด ชาติมเทน ปตฺถทฺโธ

    ในอีกชาติหนึ่ง ท่านเป็นเจ้าชายจันทนะ กระด้างเพราะความเมาในชาติ ยศ และโภคะ วันหนึ่งขี่ช้างไปอุทยาน พบพระปัจเจกพุทธเจ้าชื่อเทวละ จึงไสช้างเข้าไปจะให้จับ แต่ช้างไม่ยอมยกเท้า เจ้าชายยิ่งโกรธ หลังจากนั้นกลับไม่มีความสุขเลย รู้สึกร้อนเหมือนไฟลุกบนศีรษะ

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ความร้อนรุ่มในใจหลังทำร้ายใครเป็นเสียงเตือน อย่ากลบมันด้วยข้ออ้าง ให้ใช้มันเป็นแรงผลักไปแก้ไข

  4. ๔

    ขอขมา และความไม่โกรธของผู้สงบ โกโป พุทฺเธ น ชายติ

    พระราชาผู้เป็นบิดาเกรงภัยจะเกิดแก่แว่นแคว้น จึงให้ประชุมคนแล้วพากันไปขอขมา ทุกคนผ้าเปียก ศีรษะเปียก หมอบแทบเท้า พระปัจเจกพุทธเจ้ากล่าวว่า ไฟไม่ตั้งอยู่ในน้ำ พืชไม่งอกบนหิน ฉันใด ความโกรธก็ไม่เกิดในพระพุทธะ ฉันนั้น แล้วบรรเทาความเร่าร้อนให้

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อทำผิดต่อใคร ให้ไปขอโทษด้วยตัวเองอย่างนอบน้อม และเมื่อมีคนมาขอโทษเรา ให้ฝึกเป็นเหมือนน้ำที่ไฟตั้งอยู่ไม่ได้

  5. ๕

    ก้าวพ้นชาติกำเนิด หีโนว ชาติยา สนฺโต อุปาลิ นาม เหสฺสติ

    ท่านกล่าวว่า เพราะดูหมิ่นพระปัจเจกพุทธเจ้า จึงเกิดในกำเนิดต่ำ เป็นช่างกัลบกของเจ้าศากยะ แต่กล่าวต่อว่าได้ก้าวล่วงชาตินั้นแล้ว เข้าสู่บุรีอันไม่มีภัย ในอปทานแห่งที่สองก็พยากรณ์ไว้ว่า แม้มีชาติต่ำ จะได้ชื่อว่าอุบาลี บวชแล้วสิ้นอาสวะ และได้เป็นเอตทัคคะทางวินัย

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    อย่าให้ป้ายเรื่องพื้นเพ การศึกษา หรืออาชีพเดิม มาจำกัดตัวเราหรือคนอื่น ในทีมงาน ให้โอกาสคนได้แสดงความสามารถจากการกระทำจริง

  6. ๖

    อย่าปล่อยขณะให้ล่วงไป มา โว ขณํ วิราเธถ

    หลังเล่ากรรมของตน ท่านเตือนผู้ฟังว่า อย่าให้ขณะล่วงเลยท่านทั้งหลายไป เพราะผู้ที่ปล่อยขณะให้ล่วงไปย่อมเศร้าโศก ท่านทั้งหลายพึงพยายามในประโยชน์ของตน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    มีโอกาสดีอะไรรออยู่ตอนนี้ เช่น การขอโทษ การเริ่มฝึกสมาธิ หรือการดูแลพ่อแม่ ให้ทำก่อนที่โอกาสนั้นจะผ่านไป

  7. ๗

    พระพุทธเจ้ามีใจเสมอต่อทุกคน สพฺเพสํ สมโก มุนิ

    ท่านกล่าวว่าพระพุทธเจ้าข้ามโลกได้ด้วยขันติ ความไม่เบียดเบียน และเมตตา ไม่ติดในลาภ เสื่อมลาภ การยกย่อง และการดูหมิ่น เหมือนแผ่นดิน ทรงมีพระทัยเสมอต่อพระเทวทัต นายขมังธนู องคุลิมาล พระราหุล และช้างธนบาล ไม่ขัดเคืองและไม่กำหนัดในผู้ใด เสมอกันทั้งต่อผู้ฆ่าและต่อโอรส

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    สังเกตว่าเราปฏิบัติต่อคนที่ชอบเรากับคนที่ไม่ชอบเราต่างกันแค่ไหน แล้วเริ่มจากความสุภาพที่เท่ากันก่อน

  8. ๘

    นครธรรม และวินัยเป็นที่อยู่ วินโย อาสโย มยฺหํ

    ท่านเปรียบพระพุทธเจ้าเหมือนพระราชาผู้สร้างนครธรรม มีศีลเป็นกำแพง ญาณเป็นซุ้มประตู ศรัทธาเป็นเสาระเนียด สังวรเป็นนายประตู สติปัฏฐานเป็นป้อม และทรงตั้งพระสารีบุตร พระโกลิตะ พระมหากัสสปะ และพระอานนท์ไว้ในหน้าที่ต่าง ๆ ส่วนท่านได้รับมอบการวินิจฉัยวินัย ท่านกล่าวว่า วินัยเป็นที่อาศัย เป็นที่ยืนและเดิน เป็นที่อยู่ และเป็นโคจรของเรา

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ทุกชุมชนต้องมีคนดูแลกติกาอย่างละเอียดและยุติธรรม ถ้าได้รับหน้าที่นั้น ให้ทำด้วยความรู้จริงและความเคารพ ไม่ใช่เพื่อจับผิด

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

เรื่องพระอุบาลีเตือนว่า ความถือตัวในชาติตระกูล ทรัพย์ หรือตำแหน่ง ทำให้มองไม่เห็นคุณค่าของคนอื่น และอาจพาไปทำร้ายคนที่ไม่ได้ทำอะไรผิด

ในอีกด้านหนึ่ง ช่างตัดผมคนหนึ่งได้เป็นผู้ที่พระสงฆ์ต้องมาถามเรื่องวินัย พื้นเพไม่ได้จำกัดว่าใครจะเรียนรู้และเป็นที่พึ่งของผู้อื่นได้แค่ไหน สิ่งที่สำคัญคือความตั้งใจ ความละเอียด และการฝึกต่อเนื่อง

การที่คาถาอธิบายกำเนิดต่ำว่าเป็นผลกรรม ไม่ควรนำมาใช้ดูถูกใครในปัจจุบัน เราไม่รู้อดีตของใคร และคาถาเองก็จบลงที่การบรรลุธรรม ไม่ใช่ที่ชาติกำเนิด

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

อัตตทัณฑสุตตนิทเทส: อาวุธสามทางและลูกศรเจ็ดดอก

อตฺตทณฺฑสุตฺตนิทฺเทโส

คำอธิบายอัตตทัณฑสูตรในมหานิทเทส ว่าอาชญาที่ก่อภัยมีทั้งทางกาย วาจา ใจ โลกไม่มีแก่นสาร ทุกความดีในชีวิตมีสิ่งที…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้