พาหิติยสูตร: ความประพฤติที่ผู้รู้ติเตียน
ใช้ในชีวิตประจำวัน

พาหิติยสูตร: ความประพฤติที่ผู้รู้ติเตียน

พาหิติกสุตฺตํ

พระเจ้าปเสนทิโกศลถามพระอานนท์ว่าความประพฤติทางกาย วาจา ใจแบบไหนที่ผู้รู้ติเตียน — คำตอบคือความประพฤติที่เป็นอกุศล มีโทษ มีความเบียดเบียน มีทุกข์เป็นผล และเบียดเบียนตนหรือผู้อื่น

๗ ข้อ

ในพาหิติยสูตร มัชฌิมนิกาย พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงช้างออกจากพระนครสาวัตถี เห็นพระอานนท์กลับจากบิณฑบาต จึงนิมนต์ไปนั่งที่ฝั่งแม่น้ำอจิรวดี แล้วถามว่า พระผู้มีพระภาคจะประพฤติทางกาย วาจา ใจ อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้รู้ติเตียนบ้างหรือไม่ พระอานนท์ตอบว่าไม่

พระราชาตรัสว่า คำชมหรือคำติของคนพาลที่ไม่ใคร่ครวญ พระองค์ไม่ถือเป็นแก่นสาร แต่คำชมหรือคำติของบัณฑิตที่ใคร่ครวญแล้ว พระองค์ถือเป็นแก่นสาร แล้วถามต่อว่า ความประพฤติแบบใดที่ผู้รู้ติเตียน พระอานนท์ตอบเป็นลำดับว่า คือความประพฤติที่เป็นอกุศล ซึ่งก็คือมีโทษ มีความเบียดเบียน มีทุกข์เป็นวิบาก และเป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนเอง ผู้อื่น หรือทั้งสองฝ่าย ทำให้อกุศลเจริญ กุศลเสื่อม ส่วนฝ่ายที่ผู้รู้ไม่ติเตียนก็เป็นตรงกันข้าม

พระราชาพอพระทัย ถวายผ้าพาหิติกาที่พระเจ้าอชาตศัตรูส่งมาประทาน พระอานนท์ปฏิเสธก่อนเพราะมีไตรจีวรครบแล้ว พระราชาจึงเปรียบว่า เหมือนฝนตกบนภูเขาแล้วแม่น้ำอจิรวดีไหลล้นสองฝั่ง ท่านจะทำจีวรใหม่แล้วแบ่งจีวรเก่าให้เพื่อนภิกษุ พระอานนท์จึงรับ

  1. ๑

    ฟังคำติจากผู้ที่ใคร่ครวญแล้ว อนนุวิจฺจ อปริโยคาเหตฺวา

    พระเจ้าปเสนทิโกศลตรัสว่า คนพาลที่ไม่ฉลาด ไม่ใคร่ครวญ ไม่พิจารณา ก็ยังพูดชมหรือติคนอื่นได้ พระองค์ไม่ถือคำเหล่านั้นเป็นแก่นสาร แต่ถ้าบัณฑิตที่ใคร่ครวญพิจารณาแล้วชมหรือติ พระองค์ถือเป็นแก่นสาร

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อถูกวิจารณ์ ถามก่อนว่าผู้พูดรู้เรื่องนี้จริงและคิดมาแล้วหรือยัง ถ้าใช่ ให้รับฟังแม้จะเจ็บ ถ้าไม่ใช่ ไม่ต้องเก็บมาคิดวน

  2. ๒

    ห่วงโซ่ของความประพฤติที่ถูกติ อกุสโล สาวชฺโช สพฺยาปชฺโฌ ทุกฺขวิปาโก

    พระราชาถามทีละขั้น พระอานนท์ตอบทีละขั้นว่า ความประพฤติที่ผู้รู้ติเตียนคือความประพฤติที่เป็นอกุศล ที่เป็นอกุศลคือมีโทษ ที่มีโทษคือมีความเบียดเบียน ที่มีความเบียดเบียนคือมีทุกข์เป็นวิบาก

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อไม่แน่ใจว่าสิ่งที่จะทำถูกหรือผิด ให้ไล่คำถามทีละขั้น: มีโทษไหม ทำให้ใครเดือดร้อนไหม ผลที่ตามมาเป็นทุกข์ไหม

  3. ๓

    ใช้ได้ทั้งกาย วาจา และใจ กายสมาจาโร วจีสมาจาโร มโนสมาจาโร

    พระราชาถามเรื่องเดียวกันทั้งความประพฤติทางกาย ทางวาจา และทางใจ และพระอานนท์ใช้เกณฑ์เดียวกันตอบทั้งสามทาง แสดงว่าความคิดในใจก็ตรวจสอบด้วยหลักเดียวกับการกระทำที่คนอื่นมองเห็น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    อย่าตรวจเฉพาะสิ่งที่ทำหรือพูด ให้ดูความคิดที่วนอยู่ในใจด้วย เช่น การคิดแค้นซ้ำ ๆ ก็เบียดเบียนตัวเองได้แม้ไม่ได้พูดออกมา

  4. ๔

    เบียดเบียนตน ผู้อื่น หรือทั้งสองฝ่าย อตฺตพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ ปรพฺยาพาธายปิ สํวตฺตติ

    ความประพฤติที่มีทุกข์เป็นวิบาก คือความประพฤติที่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนเองบ้าง ผู้อื่นบ้าง ทั้งสองฝ่ายบ้าง ผู้ที่ประพฤติเช่นนั้น อกุศลธรรมย่อมเจริญ กุศลธรรมย่อมเสื่อม

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ก่อนตัดสินใจเรื่องที่สำคัญ ให้ถามสองคำถาม: เรื่องนี้ทำร้ายใครบ้างรวมทั้งตัวเรา และทำให้เราเป็นคนที่ดีขึ้นหรือแย่ลง

  5. ๕

    ฝ่ายที่ผู้รู้ไม่ติเตียน อนวชฺโช อพฺยาปชฺโฌ สุขวิปาโก

    ความประพฤติที่ผู้รู้ไม่ติเตียนคือความประพฤติที่เป็นกุศล ไม่มีโทษ ไม่มีความเบียดเบียน มีสุขเป็นวิบาก ไม่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนและผู้อื่น ผู้ประพฤติเช่นนั้น อกุศลเสื่อมไป กุศลเจริญขึ้น

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ใช้เกณฑ์เดียวกันเพื่อยืนยันสิ่งดีที่ทำอยู่ เมื่อทำแล้วไม่มีใครเดือดร้อนและใจเบาขึ้น ให้ทำต่อไปโดยไม่ต้องรอคำชม

  6. ๖

    ตถาคตละอกุศลทั้งปวง สพฺพากุสลธมฺมปหีโน โข มหาราช ตถาคโต

    เมื่อพระราชาถามว่าพระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญการละอกุศลทั้งปวงหรือ พระอานนท์ตอบว่า พระตถาคตละอกุศลธรรมได้ทั้งปวงและประกอบด้วยกุศลธรรม คำสอนนี้จึงเป็นสิ่งที่ผู้สอนทำเองด้วย

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เวลาสอนหรือแนะนำใคร ให้ถามตัวเองก่อนว่าเราทำตามสิ่งที่พูดอยู่หรือเปล่า

  7. ๗

    ผ้าพาหิติกาและแม่น้ำล้นฝั่ง พาหิติกา

    พระราชาตรัสว่าถ้าช้างแก้ว ม้าแก้ว หรือหมู่บ้านควรแก่พระอานนท์ ก็จะถวาย แต่รู้ว่าไม่ควร จึงถวายผ้าพาหิติกาแทน พระอานนท์ปฏิเสธเพราะจีวรครบแล้ว พระราชาจึงเปรียบว่าท่านจะทำจีวรใหม่และแบ่งจีวรเก่าให้เพื่อนภิกษุ ทานนี้จะแผ่ไปเหมือนแม่น้ำล้นฝั่ง พระอานนท์จึงรับ และนำไปถวายพระพุทธเจ้า

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อมีของเกินที่ใช้ ให้ส่งต่อให้คนที่ต้องการ ของหนึ่งชิ้นอาจช่วยได้หลายคนเมื่อไม่เก็บไว้ที่ตัวเรา

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

พระสูตรนี้ให้เกณฑ์ตรวจการกระทำที่ไม่ต้องพึ่งกฎหรือความเห็นของคนส่วนใหญ่ ให้ถามว่าการกระทำนี้เบียดเบียนตัวเราไหม เบียดเบียนคนอื่นไหม ทำให้นิสัยไม่ดีเพิ่มขึ้นหรือลดลง ใช้ได้ทั้งเรื่องงาน การพูดในโซเชียล และความคิดที่วนอยู่ในใจ

ข้อสังเกตของพระราชาเรื่องคำติก็มีประโยชน์ คำวิจารณ์ไม่ได้มีน้ำหนักเท่ากันทุกคำ คำของคนที่ไม่ได้ดูข้อมูลให้ดีไม่ต้องแบกไว้ แต่คำของคนที่ใคร่ครวญแล้วควรฟังอย่างจริงจัง แม้จะไม่สบายใจ

เรื่องผ้าตอนท้ายเล่าถึงการรับของอย่างพอดี พระอานนท์ไม่รับเพราะไม่ได้ขาด แต่เมื่อรู้ว่าของจะกระจายต่อไปถึงคนอื่น จึงรับ

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

อุกเขปนียกรรม: เมื่อคนหนึ่งไม่ยอมเห็นความผิดของตน

อาปตฺติยา อทสฺสเน อุกฺเขปนียกมฺมํ

พระฉันนะต้องอาบัติแล้วไม่ยอมเห็นอาบัติ สงฆ์จึงงดจากการร่วมกิจด้วย ท่านไปอาวาสอื่นก็ไม่มีใครต้อนรับ จนกลับมาโกส…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้