สมมติสีมา: ขีดเขตให้ชัด เพื่อให้ทุกคนมาประชุมได้จริง
อนุชานามิ ภิกฺขเว สีมํ สมฺมนฺนิตุํภิกษุสงสัยว่าอาวาสเดียวกันกินเขตแค่ไหน พระพุทธเจ้าจึงทรงอนุญาตให้สงฆ์สมมติสีมาด้วยนิมิตโดยรอบ แล้วทรงแก้ปัญหาท…
ชาณุสฺโสณิสุตฺตํ
ชาณุสโสณีพราหมณ์ทูลถามว่าทานที่ให้เพื่อญาติผู้ล่วงลับถึงเขาหรือไม่ พระพุทธเจ้าตรัสว่าถึงเฉพาะผู้ที่เกิดในเปรตวิสัย แต่ผู้ให้ก็ไม่ไร้ผล และในวรรคเดียวกันทรงแสดงว่าพิธีปลงบาปที่แท้คือการละกรรมชั่ว ๑๐ อย่าง
ในชาณุสโสณีวรรค ทสกนิบาต อังคุตตรนิกาย มีพระสูตรสองเรื่องที่ชาณุสโสณีพราหมณ์เป็นผู้ถาม เรื่องแรกคือปัจโจโรหณีสูตร พราหมณ์สนานเกล้า นุ่งผ้าไหมใหม่ ถือหญ้าคามาในวันอุโบสถ เพราะเป็นวันพิธีปลงบาปของพราหมณ์ ซึ่งมีการนอนบนพื้นที่ทาโคมัย บูชาไฟ และเลี้ยงพราหมณ์ พระพุทธเจ้าตรัสว่าพิธีปลงบาปในวินัยของพระอริยะเป็นอีกอย่างหนึ่ง คือการเห็นโทษของกรรมชั่วแต่ละอย่างแล้วละเสีย
เรื่องที่สองคือชาณุสโสณีสูตรในท้ายวรรค พราหมณ์ทูลถามว่า ทานที่ให้โดยตั้งใจว่าขอให้ญาติผู้ล่วงลับได้บริโภค สำเร็จแก่เขาจริงหรือ พระพุทธเจ้าตรัสว่าสำเร็จในฐานะ ไม่สำเร็จในอฐานะ ผู้ที่ไปเกิดในนรก ในกำเนิดดิรัจฉาน ในหมู่มนุษย์ หรือในเทวโลก ย่อมอยู่ด้วยอาหารของภพนั้น ทานไม่ถึง ส่วนผู้ที่ไปเกิดในเปรตวิสัย ย่อมอยู่ได้ด้วยทานที่ญาติมิตรอุทิศให้
เนื้อหาเรื่องภพภูมิหลังความตายในหน้านี้นำเสนอตามที่พระสูตรสอน ผู้อ่านอาจเห็นต่างได้ แต่ใจความที่ใช้ได้ทุกคนคือ การให้ด้วยความระลึกถึงผู้ล่วงลับไม่เคยสูญเปล่าสำหรับผู้ให้
ชาณุสโสณีเล่าว่า ในวันอุโบสถพราหมณ์สนานเกล้า นุ่งผ้าไหมใหม่ ทาพื้นด้วยโคมัยสด ปูหญ้าคา นอนระหว่างกองทรายกับเรือนไฟ กลางคืนลุกขึ้นไหว้ไฟสามครั้งว่าขอปลงบาป บูชาไฟด้วยเนยใส น้ำมัน และเนยข้น แล้วรุ่งเช้าเลี้ยงพราหมณ์ พระพุทธเจ้าไม่ได้เยาะเย้ย แต่ตรัสว่าในวินัยของพระอริยะมีวิธีที่ต่างออกไป
สำรวจพิธีกรรมที่ตัวเองทำเพื่อให้รู้สึกว่าพ้นความผิด แล้วถามว่ามันได้เปลี่ยนการกระทำของเราจริงหรือไม่
อริยสาวกพิจารณาว่าผลของการฆ่า การลัก การประพฤติผิดในกาม การพูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดหยาบ พูดเพ้อเจ้อ ความอยากได้ของผู้อื่น ความพยาบาท และความเห็นผิด เป็นสิ่งเลวทั้งในปัจจุบันและภายหน้า แล้วละสิ่งนั้น นี่คือการปลงบาปจากสิ่งนั้น ชาณุสโสณีกล่าวว่าพิธีของพราหมณ์ไม่ถึงเสี้ยวที่สิบหกของพิธีนี้
เลือกนิสัยไม่ดีหนึ่งอย่าง เขียนผลเสียที่มันก่อทั้งตอนนี้และในระยะยาว แล้วตั้งใจเลิกให้ชัด นี่คือการปลงบาปที่ได้ผลจริง
เมื่อถูกถามว่าทานที่ตั้งใจให้ญาติผู้ล่วงลับบริโภค ถึงเขาหรือไม่ พระพุทธเจ้าไม่ตอบว่าถึงเสมอหรือไม่ถึงเลย แต่ตรัสว่าสำเร็จในฐานะที่เหมาะ และไม่สำเร็จในฐานะที่ไม่เหมาะ
เมื่อเจอคำถามที่คนอยากได้คำตอบแค่ใช่หรือไม่ใช่ ลองแยกแยะว่าในกรณีไหนใช่ ในกรณีไหนไม่ใช่ ก่อนจะสรุป
ผู้ทำกรรมชั่วแล้วไปเกิดในนรกหรือในกำเนิดดิรัจฉาน ย่อมอยู่ด้วยอาหารของภพนั้น ผู้ทำกรรมดีแล้วไปเกิดเป็นมนุษย์หรือเทวดา ก็อยู่ด้วยอาหารของมนุษย์หรือเทวดา ทั้งสี่กรณีนี้เป็นอฐานะ ทานที่อุทิศไม่เข้าไปถึง
ความคิดถึงผู้ล่วงลับไม่จำเป็นต้องมาพร้อมความกังวลว่าเขาจะอดอยาก ให้ระลึกถึงความดีที่เขาเคยทำ และทำความดีต่อในนามของเขา
ผู้ที่ไปเกิดในเปรตวิสัย นอกจากอยู่ด้วยอาหารของเปรตแล้ว ยังอยู่ได้ด้วยทานที่มิตร อำมาตย์ หรือญาติสาโลหิตอุทิศให้จากโลกมนุษย์ นี่คือฐานะที่ทานสำเร็จผล
เมื่อทำบุญอุทิศ ให้ทำด้วยใจที่ระลึกถึงผู้ล่วงลับจริง ๆ ไม่ใช่ทำเป็นพิธีให้ครบ ความตั้งใจนั้นคือแก่นของการอุทิศ
พราหมณ์ถามว่า ถ้าญาติที่ตั้งใจให้ไม่ได้ไปเกิดในฐานะนั้น ใครจะได้บริโภค พระพุทธเจ้าตรัสว่า ญาติผู้ล่วงลับคนอื่น ๆ ของผู้ให้ที่อยู่ในฐานะนั้นก็มี และเป็นไปไม่ได้ที่ฐานะนั้นจะว่างจากญาติของผู้ให้ตลอดกาลนาน
เวลากรวดน้ำ ลองขยายการอุทิศให้กว้างกว่าคนที่รักคนเดียว ถึงญาติทุกคนและผู้ล่วงลับทั้งหลาย ใจจะกว้างขึ้นตาม
ทรงยกตัวอย่างว่า แม้คนที่ทำกรรมชั่วแล้วไปเกิดเป็นช้าง ม้า โค หรือสุนัข ถ้าเคยให้ข้าว น้ำ ผ้า ที่พัก และประทีปแก่สมณพราหมณ์ ก็ได้อาหารและเครื่องประดับในกำเนิดนั้น ส่วนคนที่ทำกรรมดีและให้ทานด้วย ก็ได้กามคุณของมนุษย์หรือของทิพย์ ชาณุสโสณีกล่าวว่า การที่ผู้ให้ไม่ไร้ผลนี้ ควรแก่การให้ทานและการมีศรัทธาจริง ๆ
ให้ทานโดยไม่ต้องกังวลว่าผลจะไปถึงใครบ้าง การให้เปลี่ยนใจของผู้ให้เองเสมอ ทั้งความตระหนี่ที่ลดลงและความอบอุ่นที่เพิ่มขึ้น
การทำบุญอุทิศให้ผู้ล่วงลับเป็นประเพณีที่คนไทยคุ้นเคย พระสูตรนี้ช่วยให้ทำด้วยความเข้าใจ ไม่ต้องกังวลว่าทำพิธีไม่ครบแล้วจะไม่ถึง และไม่ต้องคิดว่าถ้าไม่ถึงคนที่ตั้งใจแล้วจะเสียเปล่า เพราะพระพุทธเจ้าตรัสยืนยันว่าผู้ให้ก็ไม่ไร้ผล
อีกด้านหนึ่ง ปัจโจโรหณีสูตรชวนให้ทบทวนพิธีกรรมที่ทำเพื่อล้างความผิด การไหว้ขอขมาหรือการสะเดาะเคราะห์อาจทำให้ใจสบายชั่วคราว แต่การปลงบาปที่แท้ในพระสูตรคือการเห็นว่าสิ่งที่ทำผิดมีผลเสีย แล้วหยุดทำจริง ๆ
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
ภิกษุสงสัยว่าอาวาสเดียวกันกินเขตแค่ไหน พระพุทธเจ้าจึงทรงอนุญาตให้สงฆ์สมมติสีมาด้วยนิมิตโดยรอบ แล้วทรงแก้ปัญหาท…
อุปมา ๓ ข้อสำหรับผู้นำ ยอดหลังคาตั้งอยู่ได้เพราะจันทันยึดไว้ ผู้นำตั้งอยู่ได้เพราะมิตรที่มั่นคง ผลมะงั่วต้องปอ…
ปริวารเรียงคุณสมบัติของผู้ทรงวินัยไว้เป็นคู่ ๆ ว่าอย่างไรนับว่าเขลา อย่างไรนับว่าฉลาด ตั้งแต่ฟังให้จบก่อนตัดสิ…
พระพุทธเจ้าทรงเล่าถึงพระพุทธเจ้า ๗ พระองค์ แล้วเล่าละเอียดถึงพระวิปัสสีโพธิสัตว์ ผู้ปลีกตัวจากผู้ติดตาม ๘๔,๐๐๐…