มหาหัตถิปโทปมสูตร: เมื่อถูกด่าหรือถูกทำร้าย
มหาหตฺถิปโทปมสุตฺตํพระสารีบุตรสอนให้มองกายเป็นเพียงธาตุ ๔ ที่ไม่ใช่ของเรา แล้วใช้มุมมองนี้รับมือเมื่อถูกด่า ถูกกระทบกระเทียบ หรือ…
อตฺถสฺส ทฺวารา ปมุขา ฉเฬเต
เด็กเจ็ดขวบถามพ่อว่าอะไรคือประตูแห่งประโยชน์ พ่อตอบด้วยคาถาว่ามี ๖ ข้อ คือ ความไม่มีโรค ศีล การคล้อยตามผู้รู้ การสดับฟัง การประพฤติตามธรรม และความไม่ท้อถอย
ในอัตถัสสทวารชาดก เอกกนิบาต ชาดก ขุททกนิกาย มีคาถาบทเดียวว่า ควรปรารถนาลาภอย่างยิ่ง คือความไม่มีโรค ศีล ความรู้ของท่านผู้รู้ การสดับฟัง ความประพฤติตามธรรม และความไม่ท้อถอย ธรรม ๖ ประการนี้เป็นประตู เป็นประธานแห่งประโยชน์
เรื่องเล่ามาจากอรรถกถา ในเมืองสาวัตถี บุตรของเศรษฐีคนหนึ่งอายุเจ็ดขวบ เป็นเด็กฉลาดในเรื่องประโยชน์ วันหนึ่งถามพ่อว่าอะไรคือประตูแห่งประโยชน์ พ่อตอบไม่ได้ จึงพาลูกไปทูลถามพระพุทธเจ้า พระองค์ตรัสว่า ในอดีตเด็กคนนี้ก็เคยถามปัญหานี้ และพระองค์ก็เคยตอบแล้ว
ในเรื่องอดีตตามอรรถกถา พระโพธิสัตว์เป็นเศรษฐีในกรุงพาราณสี บุตรอายุเจ็ดขวบถามปัญหาเดียวกัน พระโพธิสัตว์จึงตอบด้วยคาถานี้ ตั้งแต่นั้นบุตรก็ประพฤติตามธรรม ๖ ประการ
คาถาให้ปรารถนาความไม่มีโรคก่อน อรรถกถาอธิบายว่า คือไม่มีความเจ็บปวดกระวนกระวายทั้งกายและใจ เพราะเมื่อป่วยอยู่ ลาภที่ยังไม่ได้ก็หาไม่ได้ ที่ได้แล้วก็ใช้ไม่ได้
นอนให้พอ ขยับร่างกายทุกวัน และสังเกตความเครียดของตัวเอง อย่าทำงานหนักจนต้องเอาเงินที่หามาได้ไปรักษาตัว
ข้อที่สองคือศีล อรรถกถาชาดกนี้อธิบายว่าหมายถึงอาจารศีล คือระเบียบมารยาทความประพฤติที่ดีงามตามที่ชาวโลกยอมรับ
มารยาทพื้นฐาน เช่น ตรงต่อเวลา พูดจาสุภาพ รักษาคำพูด ทำให้คนไว้ใจและเปิดโอกาสดี ๆ ให้เราโดยไม่รู้ตัว
ข้อที่สาม อรรถกถาอธิบายว่า คือการคล้อยตามบัณฑิตผู้เจริญด้วยคุณ หมายถึงโอวาทของครูผู้สมบูรณ์ด้วยความรู้
ก่อนตัดสินใจเรื่องใหญ่ เช่น เรียนต่อ เปลี่ยนงาน หรือลงทุน ให้ปรึกษาคนที่มีประสบการณ์จริงในเรื่องนั้นก่อน
ข้อที่สี่คือการสดับฟัง อรรถกถาอธิบายว่า คือการฟังที่มีเหตุผล หมายถึงความเป็นผู้ได้ศึกษามาก
ตั้งเวลาเรียนรู้สิ่งใหม่เป็นประจำ เช่น อ่านหนังสือวันละไม่กี่หน้า หรือฟังคนที่รู้จริงอธิบาย โดยถามต่อว่าเขามีเหตุผลอะไร
ข้อที่ห้าคือการประพฤติตามธรรม อรรถกถาอธิบายว่า คือการเว้นทุจริตแล้วประพฤติสุจริต ๓ ทาง คือทางกาย วาจา และใจ
ก่อนลงมือทำสิ่งที่ได้ประโยชน์เร็ว ให้ถามว่าวิธีนี้ต้องโกหก เอาเปรียบ หรือทำร้ายใครหรือไม่ ถ้าใช่ ให้หาทางอื่น
ข้อที่หกคือความไม่ท้อถอย อรรถกถาอธิบายว่า คือจิตที่ไม่หดหู่ ไม่ตกต่ำ แล้วสรุปว่าธรรมทั้งหกนี้เป็นประตูแห่งความเจริญ ทั้งทางโลกและทางธรรม
เมื่อทำอะไรไม่สำเร็จ ให้ถามว่าจะเรียนรู้อะไรจากครั้งนี้ได้ แทนที่จะสรุปว่าตัวเองทำไม่ได้
คาถานี้เหมือนรายการตรวจสุขภาพของชีวิต ไม่ได้ให้สูตรรวยเร็ว แต่ชี้ว่าประโยชน์ทั้งทางโลกและทางธรรมเข้ามาได้ทางประตูเหล่านี้ คือร่างกายและจิตใจที่ไม่ป่วย ความประพฤติที่ดี การฟังคำแนะนำของคนที่รู้ การเรียนรู้ การทำสิ่งที่ถูกต้อง และใจที่ไม่ท้อ
ข้อที่น่าสังเกตคือคำถามมาจากเด็กเจ็ดขวบ และพ่อในเรื่องปัจจุบันยอมรับว่าตอบไม่ได้ แล้วพาลูกไปหาผู้รู้ นี่เองก็เป็นตัวอย่างของข้อที่ว่าด้วยการคล้อยตามผู้รู้
ข้อแรกเรื่องความไม่มีโรคไม่ได้หมายความว่าคนที่ป่วยเรื้อรังหมดโอกาส แต่เตือนให้ดูแลกายและใจเท่าที่ทำได้ เพราะเป็นฐานของเรื่องอื่นทั้งหมด
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
พระสารีบุตรสอนให้มองกายเป็นเพียงธาตุ ๔ ที่ไม่ใช่ของเรา แล้วใช้มุมมองนี้รับมือเมื่อถูกด่า ถูกกระทบกระเทียบ หรือ…
ชฎิลบูชาไฟผู้เป็นหัวหน้าศิษย์ห้าร้อยเห็นฤทธิ์ของพระพุทธเจ้าครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ยังคิดทุกครั้งว่า "แต่ก็ไม่…
สคารวมาณพถามพระพุทธเจ้าว่าทรงอยู่ในกลุ่มนักบวชแบบใด ทรงแบ่งผู้ประกาศหลักพรหมจรรย์เป็นสามพวก คือพวกที่อาศัยการฟ…
ผู้มีศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญา ตั้งจิตปรารถนาจุดหมาย แล้วตั้งมั่นและเจริญจิตนั้น ย่อมเป็นทางไปสู่จุดหมายนั…