มังคลชาดก: ผ้าที่หนูกัดกับการถือมงคลตื่นข่าว
ใช้ในชีวิตประจำวัน

มังคลชาดก: ผ้าที่หนูกัดกับการถือมงคลตื่นข่าว

ยสฺส มงฺคลา สมูหตา

พราหมณ์ผู้ถือลางเห็นผ้าที่หนูกัดเป็นอัปมงคล ถึงกับให้ลูกเอาไม้คอนไปทิ้งที่ป่าช้า แต่พระพุทธเจ้าทรงเก็บผ้านั้นไปใช้ แล้วตรัสคาถาว่าผู้ไม่ยึดลาง ความฝัน และลักษณะดีร้าย ย่อมพ้นโทษของการถือมงคล

๖ ข้อ

ในมังคลชาดก เอกกนิบาต ชาดก ขุททกนิกาย มีคาถาบทเดียวว่า ผู้ใดถอนการถือมงคลได้แล้ว ไม่ถืออุกกาบาต ไม่ถือความฝัน ไม่ถือลักษณะดีหรือชั่ว ผู้นั้นชื่อว่าล่วงพ้นโทษแห่งการถือมงคล ครอบงำกิเลสเครื่องผูกสัตว์ไว้ได้ ย่อมไม่กลับมาเกิดอีก

เรื่องเล่ามาจากอรรถกถา พราหมณ์มั่งคั่งคนหนึ่งในเมืองราชคฤห์เป็นผู้ถือมงคลตื่นข่าว วันหนึ่งหนูกัดผ้าสาฎกคู่ที่เก็บไว้ในหีบ เขาเห็นว่าผ้าคู่นี้เป็นอัปมงคลเหมือนกาฬกรรณี ใครรับไปก็จะพินาศ จะให้ลูกหรือคนรับใช้ก็ไม่ได้ จึงให้ลูกชายเอาปลายไม้คอนไปทิ้งที่ป่าช้า โดยห้ามแม้แต่จะเอามือจับ

พระพุทธเจ้าเสด็จไปคอยอยู่ที่ประตูป่าช้า เมื่อมาณพทิ้งผ้าแล้ว ก็ทรงเก็บผ้าไปทั้งที่มาณพร้องห้าม พราหมณ์ตามไปขอให้ทรงทิ้งและเสนอผ้าใหม่หลายผืนแทน พระองค์ตรัสว่าผ้าที่เขาทิ้งไว้ในป่าช้า กองขยะ หรือท่าน้ำ เป็นของควรแก่นักบวช แล้วทรงเล่าอดีตชาติที่พราหมณ์คนนี้ก็ถือลางเรื่องผ้าเหมือนกัน และพระโพธิสัตว์ซึ่งเป็นดาบสก็เก็บผ้านั้นไปใช้ อรรถกถาเล่าว่าเมื่อจบพระธรรมเทศนา พ่อลูกทั้งสองได้บรรลุโสดาปัตติผล

  1. ๑

    ผ้าที่หนูกัดกลายเป็นสิ่งน่ากลัว มงฺคลชาตกํ

    ในอรรถกถา พราหมณ์คิดว่าผ้าที่หนูกัดเป็นอัปมงคล ถ้ายังอยู่ในบ้านจะเกิดความพินาศใหญ่ ให้ใครก็ไม่ได้ เพราะผู้รับจะพินาศตาม จึงให้ลูกชายเอาไม้คอนไปทิ้งที่ป่าช้า แล้วอาบน้ำดำหัวกลับมา

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เมื่อเจอเหตุการณ์เล็ก ๆ ที่ทำให้รู้สึกว่าเป็นลางร้าย เช่น ของแตกหรือนกเข้าบ้าน ให้บอกตัวเองว่านี่คือเหตุการณ์หนึ่ง แล้วจัดการตามเหตุ เช่น เก็บกวาดหรือซ่อมแซม

  2. ๒

    ผ้าที่ถูกทิ้งยังใช้ประโยชน์ได้ มงฺคลชาตกํ

    ในอรรถกถา พระพุทธเจ้าทรงเก็บผ้าที่มาณพทิ้งไว้ แม้มาณพและพราหมณ์จะห้ามว่าจะทำให้พระองค์และวิหารพินาศ พระองค์ตรัสว่านักบวชใช้ผ้าที่เขาทิ้งในป่าช้า ท้องถนน กองขยะ และท่าน้ำ ผ้านั้นจึงเหมาะกับพระองค์

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ก่อนทิ้งของเพราะรู้สึกว่าไม่เป็นมงคล ลองดูว่าของนั้นยังซ่อมหรือส่งต่อให้คนที่ต้องการได้หรือไม่

  3. ๓

    ถอนการถือมงคลออกจากใจ ยสฺส มงฺคลา สมูหตา

    คาถาเริ่มว่า ผู้ใดถอนการถือมงคลได้แล้ว อรรถกถาอธิบายว่ามงคลที่ถือกันมีสามแบบ คือมงคลจากสิ่งที่เห็น จากเสียงที่ได้ยิน และจากสิ่งที่ได้สัมผัส ผู้ที่ถอนได้คือผู้ไม่ยึดสิ่งเหล่านี้ว่าเป็นมงคลหรืออัปมงคลแก่ตน

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    สังเกตหนึ่งสัปดาห์ว่าเราตัดสินใจอะไรเพราะเห็น ได้ยิน หรือสัมผัสสิ่งที่ถือว่าเป็นลางบ้าง แล้วเลือกหนึ่งเรื่องมาตัดสินใจใหม่ด้วยเหตุผล

  4. ๔

    ไม่ยึดลาง ความฝัน และลักษณะ อุปฺปาตา สุปินา จ ลกฺขณา จ

    คาถาระบุสามอย่างที่ไม่ถือ คืออุกกาบาตหรือลางบอกเหตุ ความฝัน และลักษณะดีหรือชั่ว อรรถกถายกตัวอย่างลางอย่างจันทรคราส สุริยคราส และอุกกาบาต ความฝันต่าง ๆ และการดูลักษณะคน สัตว์ อาวุธ หรือผ้า ว่าเป็นที่ตั้งของความเห็นผิด

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ฝันร้ายก่อนวันสำคัญไม่ต้องตีความ ให้ใช้เป็นสัญญาณว่าเรากังวล แล้วเตรียมตัวเรื่องนั้นให้พร้อมขึ้น

  5. ๕

    พ้นโทษของการถือมงคล มงฺคลโทสวีติวตฺโต

    คาถากล่าวว่าผู้นั้นล่วงพ้นโทษแห่งการถือมงคล เรื่องในอรรถกถาแสดงโทษนั้นให้เห็น พราหมณ์ต้องเป็นทุกข์ กลัวความพินาศ กลัวถูกครหา และต้องเสียผ้าใหม่หลายผืนเพื่อขอให้ทิ้งผ้าเก่าเพียงคู่เดียว

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    ถ้ากำลังจะจ่ายเงินหรือเสียเวลามากเพื่อแก้เคล็ด ลองถามว่าถ้าไม่มีลางนี้ เราจะยอมจ่ายเพื่อเรื่องนี้หรือไม่

  6. ๖

    เป้าหมายสูงสุดคือใจที่หลุดพ้น ยุคโยคาธิคโต น ชาตุเมติ

    ท้ายคาถากล่าวว่าผู้นั้นครอบงำกิเลสเครื่องผูก และไม่กลับมาเกิดอีก อรรถกถาอธิบายว่าหมายถึงพระอรหันต์ผู้ละกิเลสที่มาเป็นคู่ เช่น ความโกรธกับความผูกโกรธ และละโยคะทั้งสี่ได้แล้ว ข้อนี้มีไว้เพื่อความเข้าใจภาพรวม

    นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน

    เข้าใจว่าการเลิกถือลางไม่ใช่แค่เรื่องความเชื่อ แต่เป็นการฝึกให้ใจไม่ถูกความกลัวที่ไม่มีเหตุพาไป

ลองใช้ในชีวิตประจำวัน

ชาดกนี้ไม่ได้บอกว่าความรู้สึกไม่สบายใจกับลางร้ายเป็นเรื่องน่าอาย ใคร ๆ ก็มีได้ แต่ชวนให้เห็นว่าความเชื่อเรื่องลางทำให้คนฉลาดและมีฐานะอย่างพราหมณ์ในเรื่องทำสิ่งที่ไม่มีเหตุผล จนถึงกับให้ลูกเอาไม้คอนผ้าเหมือนคอนงูพิษ

ในชีวิตปัจจุบัน ลางแบบเดียวกันยังมีอยู่ในรูปแบบใหม่ เช่น ฝันร้ายก่อนสอบ เลขทะเบียนไม่ถูกโฉลก หรือข่าวลือเรื่องวันไม่ดี วิธีที่ใช้ได้คือถามว่าสิ่งนี้เป็นเหตุจริงหรือเป็นเพียงสิ่งที่เกิดพร้อมกัน แล้วหันไปดูแลเหตุที่อยู่ในมือเรา

ท่าทีของพระพุทธเจ้าในเรื่องก็น่าสังเกต พระองค์ไม่ได้ต่อว่าพราหมณ์ แต่ทำให้เห็นกับตาว่าผ้าที่ถูกกลัวว่าจะนำความพินาศมา ก็เป็นเพียงผ้าผืนหนึ่งที่ยังใช้ประโยชน์ได้

ที่มาในพระไตรปิฎก

คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง

หลักธรรมอื่นที่น่าสนใจ

ทำดีเพื่อให้คนชม: คดีตัวอย่างเรื่องอวดคุณวิเศษ

เอวํ มํ ชโน สมฺภาเวสฺสตีติ

ภิกษุอยู่ป่า บิณฑบาต และเดินจงกรมด้วยตั้งใจว่าคนจักยกย่องเรา พระพุทธเจ้าตรัสว่ายังไม่ถึงปาราชิก แต่ห้ามทำอย่าง…

เข้าสู่ระบบเพื่อรับ ๔๐ แต้มบุญจากการอ่านหน้านี้