พระโสณกุฏิกัณณะ: รอบวช ๓ ปี กับคำทูลขอเพื่อถิ่นห่างไกล
อวนฺติทกฺขิณาปโถ อปฺปภิกฺขุโกอุบาสกในแคว้นอวันตีขอบวชกับพระมหากัจจานะ แต่ต้องรอถึง ๓ ปีเพราะหาพระให้ครบองค์ประชุมไม่ได้ เมื่อได้เฝ้าพระพุทธ…
อุปฺปาทสํยุตฺตํ
ความเกิดขึ้นแห่งตา หู จมูก คือความเกิดขึ้นแห่งทุกข์ ความตั้งอยู่แห่งโรค และอีกสังยุตหนึ่งตรัสว่าฉันทราคะในฐานะ ๖ คือเครื่องเศร้าหมองของจิต ละได้แล้วจิตจึงควรแก่การงาน
ในอุปปาทสังยุต สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค ทรงแสดงสูตรสั้น ๆ สิบสูตรด้วยแบบแผนเดียวกัน ความเกิดขึ้น ความตั้งอยู่ ความบังเกิด ความปรากฏแห่งตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ นี้เป็นความเกิดขึ้นแห่งทุกข์ เป็นความตั้งอยู่แห่งโรค เป็นความปรากฏแห่งชราและมรณะ ส่วนความดับโดยไม่เหลือ ความสงบระงับแห่งสิ่งเหล่านั้น ก็เป็นความดับแห่งทุกข์ เป็นความสงบระงับแห่งโรค
ถัดมาคือกิเลสสังยุต ซึ่งมีสิบสูตรเช่นกัน ตรัสว่าความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจในตา ในหู ในจมูก ในลิ้น ในกาย ในใจ นี้เป็นอุปกิเลสแห่งจิต แล้วตรัสซ้ำกับอารมณ์ภายนอก วิญญาณ ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา ตัณหา ธาตุ และขันธ์
เมื่อใดภิกษุละอุปกิเลสแห่งจิตในฐานะ ๖ นี้ได้ เมื่อนั้นจิตของเธอย่อมน้อมไปในเนกขัมมะ อันเนกขัมมะอบรมแล้ว ควรแก่การงาน และปรากฏในธรรมที่จะพึงทำให้แจ้งด้วยอภิญญา
ความเกิดขึ้น ความตั้งอยู่ ความบังเกิด ความปรากฏแห่งตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ทรงเรียกว่าเป็นความเกิดขึ้นแห่งทุกข์ ไม่ได้ทรงบอกว่าตาหูเป็นสิ่งเลวร้าย แต่ทรงชี้ว่าเมื่อมีสิ่งที่รับรู้ได้ ก็มีสิ่งที่เจ็บได้
เวลาเริ่มอะไรใหม่ ทั้งงานใหม่ ความสัมพันธ์ใหม่ ให้รู้ตัวว่าเรากำลังรับทั้งความสุขและภาระมาพร้อมกัน
ทรงขยายต่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นความตั้งอยู่แห่งโรค และเป็นความปรากฏแห่งชราและมรณะ สิ่งที่เกิดมาแล้วย่อมมีที่ทางให้ความเสื่อมเข้ามาอาศัยได้เสมอ
เมื่อร่างกายเริ่มมีอาการตามวัย ให้รับว่าเป็นธรรมดาของสิ่งที่เกิดมาแล้ว ควบคู่กับการดูแลรักษาตามควร
อีกครึ่งหนึ่งของแต่ละสูตรคือ ความดับโดยไม่เหลือ ความสงบระงับ ความดับสูญแห่งตา หู จมูก นี้เป็นความดับโดยไม่เหลือแห่งทุกข์ เป็นความสงบระงับแห่งโรค เป็นความดับสูญแห่งชราและมรณะ
เมื่อเรื่องหนึ่งจบลง ลองสังเกตความโล่งที่ตามมา นั่นคือภาพย่อของสิ่งที่พระสูตรพูดถึง
ทั้งสังยุตมีสิบสูตร ไล่จากอายตนะภายใน อารมณ์ภายนอก วิญญาณ ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา ตัณหา ธาตุ และขันธ์ ๕ เพื่อแสดงว่าหลักเดียวกันใช้ได้กับทุกหมวดธรรม ข้อนี้มีไว้เพื่อความเข้าใจภาพรวม
ไม่ต้องจำครบทุกหมวด ให้จับหลักว่าอะไรเกิดขึ้นได้ก็ดับได้ แล้วใช้กับเรื่องตรงหน้า
ในกิเลสสังยุตตรัสว่า ความกำหนัดด้วยอำนาจความพอใจในตา ในหู ในจมูก ในลิ้น ในกาย ในใจ นี้เป็นอุปกิเลสแห่งจิต สิ่งที่ทำให้จิตเศร้าหมองจึงไม่ใช่ตัวอารมณ์ แต่เป็นความติดใจที่เรามีต่ออารมณ์นั้น
แทนที่จะโทษสิ่งเร้ารอบตัว ให้ดูที่ความอยากของตัวเองก่อน เพราะนั่นคือส่วนที่เราแก้ได้
เมื่อใดภิกษุละอุปกิเลสแห่งจิตในฐานะ ๖ นี้ได้ เมื่อนั้นจิตของเธอย่อมน้อมไปในเนกขัมมะ อันเนกขัมมะอบรมแล้ว เนกขัมมะในที่นี้คือการออกจากกาม ซึ่งเริ่มจากใจที่ไม่ถูกความพอใจลากไปก่อน
ลองเว้นสิ่งที่ติดใจสักอย่างในหนึ่งวัน แล้วสังเกตว่าใจว่างขึ้นหรือหงุดหงิดขึ้น
ผลที่ตรัสไว้คือจิตนั้นควรแก่การงาน และปรากฏในธรรมที่จะพึงทำให้แจ้งด้วยอภิญญา จิตที่ควรแก่การงานคือจิตที่สั่งได้ ตั้งไว้ตรงไหนก็อยู่ตรงนั้น ไม่ใช่จิตที่ถูกความอยากพาไปทั้งวัน
วัดคุณภาพของใจจากความสามารถในการอยู่กับงานตรงหน้าได้นานแค่ไหน ไม่ใช่จากความรู้สึกดีชั่วครู่
สองสังยุตนี้สั้นมากจนอ่านจบได้ในไม่กี่นาที แต่ให้มุมมองที่ต่างจากที่คุ้นเคย คือชวนให้มองว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมาย่อมมีอายุ มีความเสื่อม และมีวันจบ ไม่ใช่เพื่อให้หดหู่ แต่เพื่อให้เลิกแปลกใจเวลาสิ่งต่าง ๆ เปลี่ยนไป
กิเลสสังยุตให้เครื่องมือที่ใช้ได้ทันที คือการดูว่าใจเรากำลังกำหนัดด้วยความพอใจในอะไรอยู่ อาจเป็นรสอาหาร เสียงชม ภาพในหน้าจอ หรือความคิดบางอย่างที่คิดแล้วเพลิน สิ่งที่ทรงเรียกว่าอุปกิเลสไม่ใช่สิ่งเหล่านั้น แต่คือความติดใจของเราที่มีต่อมัน
คำว่าจิตควรแก่การงานเป็นภาพที่ชัดเจน เหมือนดินเหนียวที่นวดได้ที่ จะปั้นเป็นอะไรก็ได้ ต่างจากดินแห้งที่แตกเมื่อกด ใจที่ไม่ถูกความอยากดึงไปมาตลอดเวลา ย่อมใช้งานได้จริงทั้งในการภาวนาและในงานประจำวัน
คลิกเพื่อไปอ่านเนื้อหาจริงในหน้าที่อ้างถึง
อุบาสกในแคว้นอวันตีขอบวชกับพระมหากัจจานะ แต่ต้องรอถึง ๓ ปีเพราะหาพระให้ครบองค์ประชุมไม่ได้ เมื่อได้เฝ้าพระพุทธ…
ได้สิ่งใดควรยินดีด้วยสิ่งนั้น เพราะความโลภเกินประมาณเป็นสิ่งเลวร้าย พญาหงส์ทองให้ขนทองแก่ครอบครัวเดิมทีละขน แต…
ทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน เมตตา อุเบกขา ธรรม ๑๐ ข้อที่สุเมธดาบสค้นพบ พร้อมอุปมาประจำแต…
อุโบสถองค์ ๘ ไม่ใช่แค่รายการข้อห้าม แต่เป็นการตั้งใจว่า "พระอรหันต์ทั้งหลายงดเว้นอย่างนี้ตลอดชีวิต วันนี้เราก็…