ทีฆนิกาย มหาวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม 14 · หน้า 124 · ข้อ 249
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

เข้าฌานอยู่โดดเดี่ยว แสวงหาอมตธรรม

ฉะนั้น. พระพุทธมุนีทรงบรรลุสัมโพธิ-

ญาณอันอุดมแล้ว พึงทรงเพลิดเพลินฉันใด

พี่ถึงความคลอเคลียกับน้องแล้ว จึงเพลิด

เพลินฉันนั้น. ถ้าท้าวสักกะผู้เป็นใหญ่

แห่งทวยเทพชั้นดาวดึงส์ พึงประทานพร

แก่พี่ไซร้ น่อง พี่ขอเลือกน้อง (ทันที )

ความรักของพี่มั่นคงอย่างนี้ แน่ะ น้องผู้มี

ปรีชาดี น้องมีความงามเช่นนี้ เป็นธิดา

ของท่านผู้ใด พี่ขอนอบน้อมกราบไหว้

ท่านผู้นั้น ผู้ประหนึ่งว่าไม้รังซึ่งผลิตดอก

ออกผลยังไม่นานคือบิดาของน้อง ดังนี้

[๒๔๙] เมื่อปัญจสิขคนธรรพเทพบุตร กล่าวอย่างนี้แล้ว พระผู้มี พระภาคเจ้าได้ตรัสกะเธอว่า ปัญจสิขะ เสียงพิณของท่าน ย่อมกลมกลืนกับ เสียงเพลงขับ และเสียงเพลงก็กลมกลืนกับเสียงพิณ อนึ่ง เสียงพิณและเสียง เพลงขับของท่านพอเหมาะกัน ปัญจสิขะ ก็คาถาเหล่านี้ ท่านร้อยกรองไว้แต่ ครั้งไร ? ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ครั้งเมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าแรกตรัสรู้ ประทับ อยู่ ณ อชปาลนิโครธ ใกล้ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ในอุรุเวลาประเทศ. สมัยนั้นแล ข้าพระองค์ย่อมมุ่งหวังนางสุริยวัจฉสา ซึ่งเป็นธิดาของท้าวคนธรรพราช ชื่อ ติมพรุ ก็แต่นางรักผู้อื่นอยู่ นางมุ่งหวังบุตรแห่งมาตลีเทพสารถี ชื่อสิขัณฑิ เมื่อข้าพระองค์ไม่ได้นางโดยปริยายอะไร ๆ จึงได้ถือพิณเข้าไปถึงที่อยู่แห่ง ท้าวคนธรรพราชนั้นแล้ว ได้บรรเลงพิณและกล่าวคาถาเหล่านี้ว่า