ทีฆนิกาย มหาวรรค
ฉบับ มมร. · เล่ม ๑๔ · หน้า ๖๗ · ข้อ 234
เข้าสู่ระบบเพื่อคั่นหน้า

ลำดับนั้น เมื่อมหาบุรุษจะกราบทูลแด่พระราชาพระองค์นั้น จึงกล่าว คำเป็นต้นว่า เมื่อข้าพระพุทธเจ้าเข้าไปอยู่คราวก่อน ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เข้าไปอยู่ ความว่า เข้าไปถึงความเป็น

ผู้เดียวแล้วอยู่. บทว่า ข้าพระพุทธเจ้าเป็นผู้ต้องการบูชา ความว่า

ข้าพระพุทธเจ้าเป็นผู้ใคร่เพื่อเซ่นสรวง. บทว่า ไฟที่เอาใบคามาเติมได้ลุก

โชติช่วงแล้ว คือความในข้อนี้ว่า ข้าพระพุทธเจ้ายืนคิดอย่างนี้ว่า ไฟที่เอา ใบหญ้าคามาเติมแล้วใส่เนยใสนมส้มและน้ำผึ้งเป็นต้นเข้าไป ได้เริ่มลุกโชติ ช่วงแล้วเมื่อก่อไฟให้ลุกโชติช่วงอย่างนั้นเสร็จแล้ว ข้าพระพุทธเจ้าจักให้ทาน

แก่มหาชน. บทว่า ผู้เก่าแก่ ได้แก่ สนังกุมารพรหม. แต่นั้นแม้องค์พระ

ราชาเอง ก็ทรงเป็นผู้อยากจะทรงผนวชจึงตรัสคำเป็นต้นว่า ข้าพเจ้าเชื่อ.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทำไมท่านจึงประพฤติเป็นอย่างอื่น ความว่า ท่านจักประพฤติโดยประการอื่นได้อย่างไร. บทว่า พวกเราเหล่า นั้นจักประพฤติตามท่าน ความว่า พวกเราเหล่านั้นจักประพฤติตามคือจัก

บวชตามท่านนั่นแล. บาลีว่า จักไปตาม ดังนี้ ก็มี ใจความของบาลีนั้นว่า

จักดำเนินไปตาม. บทว่า ไม่ไอ คือ ไม่มีการไอ ไม่หยาบ. บทว่า ในอนุ-

ศาสน์ของโควินท์ คือในคำสอนของท่านผู้ชื่อโควินท์ พระราชาตรัสว่า

พวกเราจักทำโควินท์ผู้เจริญนั่นเองให้เป็นครูประพฤติ. บทว่า เข้าเฝ้า

กษัตริย์ ๖ พระองค์ถึงที่ประทับ ความว่า โควินท์สนับสนุนพระเจ้าเรณุ ว่า ดีแล้วมหาราช ! การอันยิ่งใหญ่ที่มหาราชผู้ทรงใคร่เพื่อจะทรงผนวชมา สละราชสิริอันยิ่งใหญ่อย่างนี้ในเมื่อพวกสัตว์ฆ่าพ่อบ้างแม่บ้าง พี่น้องชายบ้าง พี่น้องหญิงเป็นต้นบ้างถือเอาราชสมบัติ ทรงกระทำแล้ว กระทำอุตสาหะของ

พระองค์ให้มั่นคงแล้วจึงเข้าเฝ้า. บทว่า ทรงคิดพร้อมกันอย่างนั้น ความ

ว่า กษัตริย์ ๖ พระองค์ทรงสำคัญอยู่ว่า บางทีโภคะทั้งหลายของพราหมณ์